รีวิวผลิตภัณฑ์ตลาดทุน : หุ้นกู้ ORI ดอกเบี้ย 4.30%

วันที่ 11 ม.ค. 2561 เวลา 20:44 น.
รีวิวผลิตภัณฑ์ตลาดทุน : หุ้นกู้ ORI ดอกเบี้ย 4.30%
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

อัตราผลตอบแทนจากการฝากเงินในสถาบันการเงินยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก เช่น เงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เฉลี่ยอยู่ที่ 0.5% ขณะที่ฝากประจำ 3 เดือน อยู่ที่ 1% ฝากประจำ 6 เดือน อยู่ที่ 1.25% ฝากประจำ 12 เดือน อยู่ที่ 1.5% และฝากประจำ 24 เดือน อยู่ที่ 1.5% เมื่อเห็นแบบนี้ผู้มีเงินออมที่มากพอคงอยากแสวงหาการลงทุนที่ปลอดภัย และยังคงสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีและมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก

“หุ้นกู้” มักเป็นตัวเลือกหนึ่งให้กับผู้ลงทุนได้ การที่เราจะลงทุนในหุ้นกู้ตัวไหน จำเป็นยิ่งที่จะต้องดูว่าบริษัทนั้นๆ ดำเนินธุรกิจอย่างไร มีอันดับความน่าเชื่อถืออย่างไร และคงย้อนดูว่าใครบริหารและใครเป็นเจ้าของด้วย เพราะเมื่อเงินเราใส่ไปลงทุนแล้วนอกจากจะได้รับผลตอบแทนแล้ว ก็หวังเต็มเปี่ยมว่าจะได้เงินต้นคืนครบ

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อเสนอขายหุ้นกู้ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ครั้งที่ 1/2561  และยื่นจดทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai BMA) หุ้นกู้ชุดนี้จะเสนอขายให้กับนักลงทุน สถาบัน และ/หรือนักลงทุนรายใหญ่ ระหว่างวันที่ 19, 22-24 ม.ค. 2561 มีธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารกสิกรไทย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้

เรามาดูรายละเอียดกันว่าหุ้นกู้ ORI เป็นอย่างไร

หุ้นกู้ ORI ชุดนี้ วงเงิน 1,500 ล้านบาท อายุ 2 ปี 6 เดือน เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีประกัน จะครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2563 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.30% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ และ/หรือชำระหนี้ระยะสั้นบางส่วน และ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียน

“ซึ่งคำว่าไม่ด้อยสิทธิก็หมายถึง หากบริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ก็จะต้องนำทรัพย์สินมาขาย ได้เงินเท่าไรต้องให้คนที่ถือหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิจนครบจำนวนก่อน และถ้าหากเหลือจึงให้กับคนถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิ และหากยังมีเงินเหลืออีกจึงจะให้ผู้ถือหุ้นปกติ เป็นต้น”

กรณีของ ORI ถือเป็นบริษัทที่การเติบโตดี ทริสเรทติ้งจัดอันดับความน่าเชื่อให้ที่ระดับ BBB-

ORI ก่อตั้งเมื่อปี 2552 โดยครอบครัวจรูญเอก โดย พีระพงศ์ จรูญเอก และอารดา จรูญเอก เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมแนวสถานีขนส่งมวลชนระบบรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการประเภทคอนโดมิเนียมที่เป็นผู้บุกเบิกโครงการบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

โครงการของ ORI ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้มีการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง 9 เดือนแรกของปี 2559 และปี 2560 มีรายได้รวม 1,899.8 ล้านบาท และ 4,014.3 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 319.6 ล้านบาท และ 966.7 ล้านบาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้รวมเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ปี 2559 มีโครงการใหม่ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2560 เพิ่มขึ้น 6 โครงการ ได้แก่ โครงการ KnightsBridge SkyCity Saphanmai, โครงการ Pause Sukhumvit 103, โครงการ Notting Hill Charoenkrung, โครงการ Kensington Laemchabang-Sriracha Phase 1, โครงการ KnightsBridge the Ocean Sriracha และโครงการ Kensington Phahol-Kaset ตามลำดับ ดังนั้นการเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูง อัตรากำไรสุทธิอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตรากำไรขั้นต้น 43.91% และ 46.57% และอัตรากำไรสุทธิ 16.82% และ 24.08% สำหรับปี 2558 และปี 2559

นอกจากนี้ ยังมีกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยจำนวน 267.1 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการร่วมลงทุนกับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์

ณ สิ้นปี 2559 และ 9 เดือนปี 2560 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,758.4 ล้านบาท และ 11,121 ล้านบาท ตามลำดับ โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย เงินลงทุนในบริษัทร่วมค้าและเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด ขณะที่สิ้นปี 2559 และงวด 9 เดือนปี 2560 บริษัทมีหนี้สินรวม 4,014.9 ล้านบาท และ 7,502.8 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,743.5 ล้านบาท และ 3,618.5 ล้านบาท มีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2559 และงวด 9 เดือนปี 2560 คิดเป็น 1.46 เท่า และ 2.07 เท่า ตามลำดับ และอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นคิดเป็น 0.94 เท่าและ 1.47 เท่า ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ผู้ออกหุ้นกู้ระบุไว้ชัดเจนว่า จะดำรงอัตราส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันสิ้นงวดบัญชีรายไตรมาสในแต่ละไตรมาสของผู้ออกหุ้นกู้ตามงบการเงินรวม เป็นอัตราส่วนไม่เกิน 2.5:1 เท่า

เมื่อดูข้อมูลทั้งหมดของ ORI แล้ว จะเดินไปซื้อหุ้นกู้อายุ 2 ปีครึ่ง จ่ายผลตอบแทน 4.30% หรือไม่ ก็คิดๆๆ กันเลยค่ะ