"ต่างชาติ" ไม่ถือหุ้นไทยยาว

วันที่ 11 ม.ค. 2561 เวลา 12:45 น.
"ต่างชาติ" ไม่ถือหุ้นไทยยาว
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

สถานะการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยเคยสูงสุดระดับ 36.87% ณ วันที่ 31 มี.ค. 2555 และปรับลดลงมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างก็ให้มุมมองว่า นักลงทุนต่างชาติจะไม่ถือครองหุ้นไทยสูงในระดับ 36-37% เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

“เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส มีมุมมองแยกระหว่างเงินที่ต่างชาติที่ถือครองหุ้นไทยสูงสุดไม่เคยเกินที่ระดับ 31% และที่เหลือเป็นการถือผ่านเอ็นวีดีอาร์ ซึ่งจะเฉลี่ยอยู่ที่ 6-7% มาตลอดหลายปี แต่สัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติปรับลดลงมาตลอดจนเดือน พ.ย. 2560 ลงมาอยู่ที่ 24.12% ต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

มุมหนึ่งมีโอกาสที่นักลงทุนต่างประเทศจะเข้ามาซื้อหุ้นไทยกลับได้เพราะถือครองน้อย แต่การที่จะกลับไประดับที่เคยสูงสุดเท่ากับอดีตนั้นยาก โดยตลาดหุ้นไทยมีขนาดใหญ่มากแล้ว จนปัจจุบันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 17 ล้านล้านบาท กรณีดีสุดต่างชาติกลับมาถือครองหุ้นไทยเพิ่มประมาณ 2% เท่ากับต้องมีปริมาณเงินต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยถึง 3 แสนล้านบาท หรือกลับมาอยู่ในสัดส่วนที่ไม่เกิน 26-27% โดยที่ไม่รวมเอ็นวีดีอาร์

อย่างไรก็ตาม หากดูจากตัวเลขในอดีตต่างชาติเคยเข้าซื้อหุ้นไทยหนัก 2 ช่วงใหญ่ คือ ปี 2548 กว่า 3.9 แสนล้านบาท ก่อนที่จะขายออกไปปี 2551-2552 และกลับมาอีกรอบใหญ่และเข้ามาจนมีปริมาณสูงในปี 2556 ประมาณ 4.7 แสนล้านบาท แต่ถึงล่าสุดในเดือน พ.ย. 2560 ยอดซื้อสะสมอยู่ที่ 7.36 หมื่นล้านบาท

นอกจากนั้น สภาพคล่องทั่วโลกไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อน ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ แต่เงินเฟ้อเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันให้หลายประเทศไม่ใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเหมือนในอดีต ทำให้เม็ดเงินต่างชาติคำนึงถึงความเสี่ยงจากการใช้นโยบายแต่ละประเทศ

“ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ ให้ความเห็นว่า สภาพแวดล้อมและการลงทุนไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เม็ดเงินต่างชาติเคลื่อนย้ายเร็วและพร้อมที่จะเข้าไปหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในอัตราที่สูงทุกเมื่อ จนถึงปัจจุบันสัดส่วนการถือครองหุ้นต่างชาติรวมเอ็นวีดีอาร์ในตลาดหุ้นไทยไม่เคยกลับเท่ากับระดับเดิมตั้งแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หรือกรณีซับไพรม์ปี 2551

“ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันคงยากที่จะเห็นต่างชาติเข้ามาถือครองหุ้นในระยะยาวเหมือนที่ผ่านมา เพราะทุกวันนี้เป็นเงินที่เคลื่อนย้ายเร็ว อีกทั้งยังเป็นเม็ดเงินจากกองทุนอีทีเอฟที่ต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนต่อเนื่อง รวมทั้งหุ้นไทยไม่ได้มีอุตสาหกรรมใหม่ที่ต่างชาติสนใจลงทุนเหมือนเมื่อก่อนและโดดเด่นเพียงธุรกิจบริการเท่านั้น

ต้องติดตามดูว่าต่างชาติจะกลับมาสนใจหุ้นไทยขนาดไหน แม้อดีตไม่มีวันหวนคืนก็ตาม