ปีหน้าลุ้นหุ้นไทยแตะ 2,000 จุด

วันที่ 27 ธ.ค. 2560 เวลา 09:35 น.
ปีหน้าลุ้นหุ้นไทยแตะ 2,000 จุด
โดย...บงกชรัตน์-พรสวรรค์

ปีนี้หุ้นไทยสร้างสถิติรอบกว่า 23 ปี ส่วนปี 2561 กูรูมองทิศทางเดียวกันว่าหุ้นไทยรอการล้างสถิติใหม่ที่เคยทำได้สูงสุดไว้ 1,789 จุด ภาครัฐหัวใจสำคัญผลักดันหุ้นไปถึงฝัน 2,000 จุด

“ปริญญ์ พานิชภักดิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอลเอสเอ วิเคราะห์ว่ามองเห็นแต่ปัจจัยบวกแทบไม่เห็นเชิงลบที่จะทำให้หุ้นไทยไปไม่ถึงที่ 1,900 จุด และเชื่อว่าถ้าการลงทุนภาครัฐดีกว่าที่คาดไว้ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เข้ามา การขับเคลื่อนให้เกิดการลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้ต่อเนื่อง และการลงทุนโครงการใหญ่ของภาครัฐ เช่น การเชื่อม 3 สนามบิน การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน จะยิ่งสนับสนุนให้ดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นระดับ 2,000 จุดได้

ปัจจุบันถือว่าจิ๊กซอว์เริ่มลงตัว โดยเฉพาะปัจจัยในประเทศที่รัฐต้องทำให้เกิดการลงทุนเพื่อให้มีผลงาน รีบให้เกิดการเซ็นสัญญาก่อนการเลือกตั้งจะเกิด และเดือน ก.พ.จะเริ่มนำเสนอข้อมูลกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF) ยิ่งเป็นแรงส่งให้หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นได้อีก

ความเสี่ยงปีหน้าอยู่ที่ต่างประเทศเป็นหลัก คือ การเมืองระหว่างประเทศทั้งคาบสมุทรเกาหลี กลุ่มไอซิส และถ้อยแถลงของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เชื่อว่าสงครามไม่เกิด แต่จะทำให้เกิดความกังวลมากจนทำให้ราคาน้ำมันสูง ซึ่งอาจจะมีผลดีกับตลาดหุ้นไทย รวมถึงฟองสบู่ในตลาดตราสารหนี้ ส่วนเรื่องลดขนาดงบดุลของสหรัฐไม่ใช่ประเด็น เพราะกว่าที่เงินเฟ้อจะขึ้นสูงน่าจะเริ่มปี 2562 และปีหน้ายุโรปกับญี่ปุ่นยังมีการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)

“ปีหน้าการที่ทุกคนมองภาพว่าดีหมด อาจจะทำให้เกิดแรงฝืดเบาในช่วงต้นปี ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงเทขายกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) การเห็นหุ้นลง 20-30 จุด เป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวล ความเสี่ยงในประเทศ คือ การเลือกตั้งไม่ชัดเจน แต่ถ้าทุกอย่างชัดเจนปลดล็อกให้เกิดกิจกรรมการเมืองได้จะดีต่อหุ้น” ปริญญ์ กล่าว

“ไพบูลย์ นลินทรางกูร” นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ มองว่า หุ้นไทยยังดูดีและไปต่อได้ แม้จะมีการลดขนาดงบดุลลงของสหรัฐ เชื่อว่าเงินจะไม่โยกออกตลาดหุ้นไทยหมด เพราะมั่นใจความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจหรือประเทศเกิดใหม่ยังรับมือได้ต่อจากการเคลื่อนย้ายเงิน ส่วนปัจจัยในประเทศทุกอย่างเริ่มดีขึ้น ปีนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) โตเป็น 4% และปีหน้ามากกว่าเพราะรัฐเร่งการลงทุน แต่อาจยังไม่เห็นผลชัด ภาคการบริโภคที่มีการฟื้นตัวอย่างจริงจัง โดยกลุ่มทิสโก้ให้กรอบดัชนีปีหน้า 1,850-1,900 จุด

“ก้องเกียรติ โอภาสวงการ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า ปีหน้าดัชนีหุ้นไทยยังคงผันผวน แต่มีโอกาสทำสถิติสูงสุดที่ 1,800 จุด จากเงินทุนต่างชาติไหลเข้าเอเชีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนเพราะราคาหุ้นสหรัฐเริ่มแพง ส่วนเศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้น ขณะที่ยุโรปเริ่มฟื้นตัวแม้มีความเสี่ยงจากเลือกตั้งเยอรมนี ส่งผลให้ตลาดประเทศตลาดเกิดใหม่และไทยได้อานิสงส์ และเชื่อว่าดอกเบี้ยในตลาดไม่ปรับขึ้นเร็วเพราะสภาพคล่องยังสูง ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่เติบโตเร็ว และการเลือกตั้งช่วยให้มีแรงขับเคลื่อนดัชนีตลาดให้ปรับดีขึ้น ธุรกิจดาวเด่นยังอยู่ที่ภาคบริการและท่องเที่ยว อาหาร พลังงาน

“ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ” นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ยังมีปัจจัยหนุนหุ้นไทยไปต่อปีหน้ามองที่ 1,850 จุด ตั้งแต่ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคไทยดี  เงินเฟ้อยังต่ำ การผลักดันให้อีอีซีผ่านและมีการลงทุน และการเลือกตั้งยังอยู่ในกรอบที่วางไว้ จากสิ้นปีที่ต่างชาติขายหุ้นไทยเพราะต้องปรับพอร์ตการลงทุนและเป็นการเข้ามาลงทุนของกองทุนอีทีเอฟ และน่าจะมีแรงซื้อกลับมาต้นปีหน้า