หุ้นเช้า31มค. ปิด ลดลง 10.27 จุด

  • วันที่ 31 ม.ค. 2560 เวลา 12:59 น.

หุ้นเช้า31มค. ปิด ลดลง 10.27 จุด

ดัชนีหุ้นไทยปิดทำการ เช้าวันที่ 31 ม.ค. ที่ 1,580.29 จุด ลดลง  10.27 จุด มูลค่าซื้อขาย 23,982.43 ล้านบาท

มูลค่าหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

PTT ปิด 408  บาท ลดลง -10 บาท มูลค่าซื้อขาย   1,413 . 48 ล้านบาท AOT ปิด 414 บาท บวก6 บาท มูลค่าซื้อขาย  1,382 . 95 ล้านบาท PTTEP ปิด 99 บาทลดลง 3 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,316 .46ล้านบาท DTAC ปิด 40.50บาทลดลง 1 บาท มูลค่าซื้อขาย 925 .10 ล้านบาท STA ปิด 25 บาทลดลง  1.50  บาท มูลค่าซื้อขาย 808 .38 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ บลเอเซียพลัส กล่าวว่า หุ้นไทยดิ่งตามหุ้น ตลาดหุ้นทั่วโลกกังวลต่อนโยบายต่างประเทศของทรัมป์  เชื่อว่าทั่วโลกยังให้น้ำหนักต่อการดำเนินนโยบายของทรัมป์ฯ หลังจากประกาศยกเลิกวีซ่ากับ 7 ประเทศมุสลิม เป็นเวลา 90 วัน และห้ามมิให้ผู้อพยพเข้าประเทศสหรัฐเป็นเวลา 120 วัน  และเตรียมจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น 20% เพื่อจะนำภาษีดังกล่าวมาสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐและเม็กซิโก เพื่อกีดกันแรงงานผิดกฎหมาย และเชื่อว่า จีน เป็นประเทศถัดมาที่น่าจะได้รับผลกระทบจากที่เคยนำเสนอมาตลอดว่า จีนได้ดุลการค้ากับสหรัฐสูงสุดราว 40% ของการขาดดุลทั้งหมดปีละ 4 แสนล้านเหรียญฯ (ขณะที่เม็กซิโกได้ดุลการค้ามากสุดอันดับ 4 ราว 7.6% ของขาดดุลการค้าสหรัฐทั้งหมด)   โดยสินค้าส่งออกหลักของจีนคือ คอมพิวเตอร์ และชิ้นส่วนเครื่องมือสื่อสาร (ราว 43.8% ของยอดส่งออกจีนทั้งหมด)  รองลงมาคือ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 10.9% และ เหล็ก 5.7%  โดยมีแนวโน้มจะขึ้นภาษีนำเข้าจากระดับต่ำสุดที่ 3%  เป็น 45% เช่น ภาษีสิ่งทอฯ ปัจจุบันอยู่ที่ 5-6.5% จะเพิ่มเป็น 10-13%  เป็นต้น ขณะที่ไทย  แม้ส่งออกไปสหรัฐนำเข้าไทยราว 10% ของมูลค่าส่งออกรวมของไทย  (สินค้าส่งออกหลัก คือ แผงวงจรชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้สำนักงาน ยางแผ่นและยางแท่ง และอาหารทะเล เป็นต้น)  แต่ไทยค้าขายกับจีนราว 11.05% ของยอดส่งออกรวมทั้งหมด  (สินค้าส่งออกหลักคือ ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เม็ดพลาสติก ยางพารา มันสำปะหลัง และเคมีภัณฑ์ ตามลำดับ) และประเทศสหรัฐสมาชิก ในอาเซียนมีการค้าขายกับจีนด้วยเช่นกัน ผลกระทบสุทธิต่อไทยจึงมีทั้งทางตรงและทางอ้อม

ส่วนในสัปดาห์นี้ การประชุมธนาคารกลางโลกหลายแห่งเชื่อว่าไม่มีอะไรใหม่  โดยวันที่  30-31 ม.ค.60 ธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) คาดคงดอกเบี้ยนโยบายที่ -0.1% และวงเงิน QE ที่ 80 ล้านล้านเยนต่อปี เช่นเดิม  และระหว่าง 31 ม.ค. - 1ก.พ.60 การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เชื่อว่าปี 2560 ยังเดินหน้าขึ้นนดอกเบี้ย 4 ครั้ง  โดยผลสำรวจของ Bloomberg  ให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยในงวด 2H60 เป็นต้นไป และ 2 ก.พ. การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คาดคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25%  หลังจากได้ปรับลดลงไปเมื่อปลายปี 2559 เพราะกังวลต่อปัญหา Brexit

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ