หุ้นขึ้นไม่ไหวรอข่าวมาบตาพุดบ่ายวันนี้

วันที่ 26 ส.ค. 2553 เวลา 11:43 น.
หุ้นขึ้นไม่ไหวรอศาลปกครองตัดสินมาบตาพุดบ่ายวันนี้

ตลาดหุ้นเอเชียมีทั้งปรับตัวขึ้นและลงคละกัน หลังดัชนีดาวโจนส์ปิดเหนือ 10,000 จุดได้สำเร็จบวก 19 จุดทำให้ดัชนีหุ้นไทยเปิดบวก และขึ้นไปสูงสุดถึง889.71 จุด เพิ่มขึ้น 5จุดเศษ โดยมีหุ้นกลุ่มพลังงาน และสื่อสารนำตลาด  นักลงทุนดักซื้อหุ้นกลุ่มปตท. รอข่าวดีเรื่องมาบตาพุดในบ่ายวันนี้  แต่ตลาดโดยรวมก็ยืนไม่ไหว เจอแรงขายให้ดัชนีอ่อนตัวลงเล็กน้อย ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายบางตา รวม 1 หมื่นล้านบาทเศษ

มาร์เก็ตติงกล่าวว่า  ดัชนีหุ้นมีบวกได้เช้าวันนี้เกิดจากแรงซื้อหุ้นในครอบครัวปตท. ส่งผลให้ราคาหุ้นปตท.(PTT) ขึ้นไปถึง260บาท  ก่อนย่อมาซื้อขายบริเวณ 259  บาท เพิ่มขึ้น2บาท และบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP) ก็บวก 1 บาทซื้อขายแถว 143.50บาทบวก050 บาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวลงไปมากและนักลงทุนยังซื้อเพื่อรอการพิจารณาของศาลปกครองกลางในเวลา13.30 น.วันนี้ว่าจะอัยการจะนำข้อมูลที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีมติเห็นชอบประกาศกิจการรุนแรง 11 ประเภทอย่างไรและยื่นไปยังศาลประเด็นการเมืองต่อไป

ด้านนักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพยธนชาต แนะนำ"ซื้อ"ทั้งหุ้นPTT และ PTTEP  โดยให้ราคาเป้าหมาย 350 บาทและ 165 บาทตามลำดับ  เพราะราคาต่ำเกินไป และเพิ่งปรับประมาณการกำไรสุทธิของปตท.ในปี2553-2555 เฉลี่ย8% และเพิ่มราคาเป้าหมายปตท.ขึ้น 22% จากความต้องการก๊าซที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดตามภาวะเศรษฐกิจที่โตขึ้น

ทั้งนี้คำแนะนำดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง  PTTEP ได้จัดการประชุมผ่านทางโทรศัพท์กับนักวิเคราะห์ เพื่อชี้แจงข่าวที่รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 780ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท จากการรั่วไหลของน้ำมันที่แหล่งมอนทาราซึ่งบริษัทฯ ยืนยันความเชื่อที่ว่า ความเสียหายเกิดขึ้นในวงจำกัด และไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งชายฝั่งของอินโดนีเซีย และออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตามมีความมั่นใจมากขึ้นว่า หากมีการเรียกร้องใดๆ เกิดขึ้น ก็ไม่น่าจะเป็นจำนวนที่มากมายนัก ซึ่งผลกระทบดังกล่าวจะทำให้มูลค่าของบริษัทฯ ลดลง 5% และเนื่องจาก PTTEP เชื่อในหลักฐานของบริษัทฯ อย่างมาก จึงยังไม่ตั้งสำรอง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับสัมปทานเพิ่มเติมจากทั้งอินโดนีเซีย และออสเตรเลีย แม้หลังจากมีอุบัติเหตุที่มอนทาราเกิดขึ้นแล้วก็ตาม แต่ข่าวเรื่องอินโดนีเซียจะกดดันราคาหุ้นอยู่ต่อเนื่อง