ดีบีเอสมองหุ้นไทยสดใส เพิ่มน้ำหนักลงทุน ให้เป้า1,480จุด

  • วันที่ 14 มี.ค. 2559 เวลา 07:49 น.

ดีบีเอสมองหุ้นไทยสดใส เพิ่มน้ำหนักลงทุน ให้เป้า1,480จุด

ดีบีเอสมองตลาดหุ้นเอเชียสดใส เพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้า 1,480 จุด

น.ส.อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดีบีเอสกรุ๊ปมีมุมมองว่าในระยะสั้นตลาดหุ้นเอเชียได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนที่จะไหลเข้าเพราะการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบของยุโรปและญี่ปุ่น ขณะที่เศรษฐกิจเอเชียโตดีและค่อนข้างมีเสถียรภาพ แม้ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาน้ำมันดิบจะยังคงมีอยู่ แต่ในบางช่วงก็เปิดโอกาสให้มีการเข้าซื้อขายเก็งกำไรหุ้นเป็นรอบได้เช่นกัน

ทั้งนี้ จึงให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดในตลาดหุ้นไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ พร้อมให้น้ำหนักปกติในตลาดหุ้นสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง จีน เกาหลีใต้ ส่วนตลาดหุ้นไต้หวันและอินเดียให้น้ำหนักน้อยกว่าตลาด

น.ส.อาภาภรณ์ กล่าวว่า ให้เป้าหมายดัชนีหุ้นไทยระยะ 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 1,480 จุด ปัจจัยสนับสนุนคือการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบทำให้ผลประกอบการกลุ่มพลังงานเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากในปี 2559 จากฐานกำไรที่ต่ำมากในปีก่อน ทั้งนี้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของหุ้นกลุ่มพลังงานคิดเป็น 20% ของมาร์เก็ตแคปของ SET50 ส่วนกำไรของบริษัทโดยรวมเติบโต 30% หากไม่รวมกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และขนส่ง กำไรสุทธิจะขยายตัว 9% นับว่าแข็งแกร่งมาก แนะนำซื้อบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) ให้ราคาพื้นฐาน 32 บาท คาดว่ากำไรสุทธิปี 2559-2560 จะเติบโต 41% และ 39%

ขณะที่ปัญหาภัยแล้งกดดันเศรษฐกิจไทยปี 2559 แต่ก็เป็นโอกาสของบางอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจรับจำนำในยามที่รายได้ตกแต่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ส่งผลกระทบต่อบริษัทที่มีรายได้อิงกับความต้องการในต่างจังหวัด

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทนในไตรมาส 2 ดีบีเอสมีมุมมองที่เป็นบวก โดยประเมินว่าราคาน้ำมันจะมีเสถียรภาพมากขึ้น ความวิตกกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัวน้อยลง เพราะประเทศชั้นนำมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมและเป็นรูปธรรม ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่เร่งรีบปรับขึ้นดอกเบี้ย จีนก็จะใช้การลงทุนกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจให้มากขึ้น ดังนั้นจึงมีกลยุทธ์เลือกลงทุนในบริษัทที่มีคุณภาพดีให้ปันผลที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง รวมทั้งมูลค่าหุ้นที่ไม่แพง

ด้านตลาดหุ้นโลก วันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นแรงหลายตลาด หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อัดฉีดยาแรงเกินคาดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดัชนีดาวโจนส์บวกถึง 1.28% ดัชนีหุ้นไทยพุ่ง 1.04% หรือ 14.35 จุด ปิดที่ 1,394.41 จุด และคาดว่าสัปดาห์นี้มีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1,400 จุด

ขณะที่มีแรงขายทองคำร่วงลงแรง 22.80 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือ 1.79% ปิดที่ 1,249.45 เหรียญสหรัฐ กดราคาขายในประเทศลดลงบาทละ 300 บาท ทองคำแท่งรับซื้อ 20,700 บาท ขายออก 20,800 บาท ในวันที่ 12 มี.ค. 2559 และราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เบรนต์ทะลุ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลแล้ว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ