บล.ไทยพาณิชย์แจกโพยหุ้นสุดยอด

วันที่ 26 ม.ค. 2558 เวลา 07:54 น.
บล.ไทยพาณิชย์แจกโพยหุ้นสุดยอด
บล.ไทยพาณิชย์ คาดโบรกเกอร์แห่เพิ่มเป้าดัชนี ถ้ารอบนี้ยืนได้ 1,600 จุด ยก ITD เป็นหุ้นแห่งปี

นายเอกภาวิน สุนทราภิชาติ นักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ได้กล่าวในงาน สัมมนาพิเศษ “แนวโน้มตลาดหุ้นไทยไตรมาส 1/2558” ว่า หากดัชนีหุ้นสามารถยืนอยู่ที่ 1,600 จุดได้ จะได้เห็นการปรับประมาณการดัชนีเป้าหมายของปีนี้จาก โบรกเกอร์ หลายแห่ง เนื่องจากส่วนใหญ่จะให้เป้าหมายดัชนีที่ 1,600–1,650 จุด

“หลังจาก 2 วันสุดท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีขึ้นมาแล้ว 60 จุด ทำให้เกือบถึงเป้าหมายแล้ว ในขณะที่ บล.ไทยพาณิชย์ ให้เป้าหมายดัชนีปีนี้ไว้ที่ 1,800 จุด ซึ่งมีความเป็นไปได้ ถ้าเงินลงทุนจากต่างชาติไหลกลับเข้ามาแรงๆ หรือถ้ากลับเข้ามาเท่ากับจำนวนที่ขายออกไปตั้งแต่กลางปี  2556 รวม 2 แสนล้านบาท หุ้นไทยน่าจะไปเกิน 1,800 จุด”นายเอกภาวิน กล่าว

ในช่วงนี้อาจเห็นนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย โดยที่ค่าเงินไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากเป็นการโยกเงินจากตลาดตราสารหนี้มาตลาดหุ้น

นายเอกภาวิน กล่าวอีกว่า การปรับขึ้นของหุ้นไทยในรอบนี้จะนำโดยกลุ่มธนาคาร เนื่องจากราคายังปรับเพิ่มขึ้นไม่มาก เมื่อเทียบกับช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่เข้าสู่วัฏจักรรอบใหม่ ได้แก่ การให้บริการด้านข้อมูล (Data services) และการประมูล 4G

“การเลือกหุ้นในปีนี้ต้องเน้นเก็บหุ้นที่ราคายังปรับเพิ่มขึ้นไม่มาก และมีปัจจัยบวกรองรับ และถ้ามีเงินลงทุนต่างชาติไหลกลับมาจริงก็ต้องกลับมาให้น้ำหนักกับหุ้นขนาดใหญ่” นายเอกภาวิน กล่าว พร้อมกับแนะนำหุ้นที่น่าลงทุนในไตรมาสแรก 6 บริษัท ได้แก่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) บล.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP)  บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) และบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป  (ERW)

น.ส.วชิราลักษณ์ แสงเลิศศิลปชัย นักวิเคราะห์กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง อาหารและเกษตร บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปีนี้ ITD ถือเป็นหุ้นแห่งปี และราคาน่าจะไปถึงเป้าหมาย 10.40 บาท หรือเพิ่มขึ้นได้ 10-20% จาก 8.85 บาท เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ได้แน่นอน และในไตรมาสที่ผ่านมาถือว่า ราคาโดดเด่นกว่าหุ้นตัวอื่นในกลุ่มเดียวกัน เนื่องจาก ITD มีความพร้อมในการทำรางรถไฟมากที่สุด นอกจากนี้ยังได้มูลค่าเพิ่มจากโครงการเหมืองโปแตชอีกด้วย

นางสิริการย์ กฤษฎิ์นิพันธ์ นักวิเคราะห์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ นิคมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมา  AMATA เป็นเหมือนหุ้นที่ถูกลืม เพราะซื้อขายที่ระดับราคาต่อกำไร (พี/อี) อยู่ที่ 12.5 เท่า ซึ่งต่ำกว่าอดีต และต่ำกว่าหุ้นบางตัวในกลุ่มเดียวกัน ทั้งๆ ที่ปัจจัยพื้นฐานดี และปีนี้มีแนวโน้มจะขายที่ดินได้ถึง 1,500 ไร่ รวมทั้งมีกำไรจากการขายโรงงานเข้า REIT และการนำบริษัทลูกเข้าตลาดหลักทรัพย์ จึงให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 19.50 บาท โดยไม่รวมโอกาสขยายงานในเวียดนามและพม่า

น.ส.กิตติมา สัตยพันธ์ นักวิเคราะห์กลุ่มธนาคาร เงินทุน ประกัน หลักทรัพย์ กล่าวว่า ASP เป็นหุ้นปันผลดี หากบริษัทจ่ายในอัตรา 0.25 บาท/หุ้น จะคิดเป็นผลตอบแทน 5.8% เพราะฉะนั้นจึงแนะนำให้ลงทุนก่อนการจ่ายเงินปันผลในไตรมาสแรก นอกจากนี้ ASP ยังเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่มีการกระจายรายได้ที่ดี ไม่ได้พึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นเพียงอย่างเดียว

น.ส.ระวีนุช ปิยะเกรียงไกร นักวิเคราะห์กลุ่มการท่องเที่ยว การแพทย์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มหุ้นท่องเที่ยวจะได้ประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวรวม 30  ล้านคน และยังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงทำให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลงด้วย

“ในกลุ่มสายการบิน AAV จะได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะมีการล็อกราคาน้ำมันไว้เพียง 15%  ของปริมาณที่ต้องใช้ ขณะที่ NOK ล็อกไว้ที่ 25% แต่ถ้าเป็นการบินไทย (THAI) จะล็อกไว้ที่  70% จนถึงปลายปี นอกจากนี้ AAV ยังเป็นสายการบินที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนประมาณ  20% ดังนั้นในระยะสั้น AAV จะดีกว่า NOK”น.ส.ระวีนุช กล่าว

บทความแนะนำ