SPCGพบนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

วันที่ 20 ส.ค. 2557 เวลา 19:39 น.
SPCGพบนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
SPCG กำไรไตรมาส 2 ก้าวกระโดด 160%  ฉลองความสำเร็จครบ 36 โครงการ ควักจ่ายปันผล 40 สตางค์

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. น.ส.วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ได้ชี้แจงผลประกอบการของบริษัทฯกับนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อม เปิดเผยถึงความสำเร็จของการพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มของกลุ่มบริษัท SPCG ว่า        ผลประกอบการงบการเงินรวมของบริษัท สิ้นสุดไตรมาส 2/2557 มีกำไรสุทธิ 745 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 458 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 160% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 287 ล้านบาท  สัดส่วน Interest Bearing D/E Ratio ลดลงจาก 4.7x ช่วงสิ้นปี 2556 เหลือ 4.3x ช่วงสิ้นไตรมาส 2/2557 และคาดว่าจะลดลงเหลือ 3.1x ในช่วงหลังไตรมาส 2/2557

ทั้งนี้ บริษัทฯในฐานะผู้นำด้านการลงทุนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน มีจำนวนรวม 36 โครงการ มูลค่าการลงทุนกว่า 25,000 ล้านบาท สามารถจำหน่ายไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ม.ย. 2557 ที่ผ่านมา ประกอบกับบริษัทฯประสบความสำเร็จจากการออก และเสนอขายหุ้นกู้ มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท สามารถนำไปชำระหนี้เงินกู้ส่วนทุน ลดค่าใช้จ่ายทางการเงิน ปลดล็อคการขยายธุรกิจและการจ่ายเงินปันผล

เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จในการพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มทั้ง 36 โครงการ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2557  ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผล  หุ้นละ 40 สตางค์ จำนวน 923,990,000 หุ้น  โดยได้กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น ที่มีสิทธิรับเงินปันผลระหว่างกาล (Record Date) ในวันที่ 27 ส.ค. 2557 และให้รวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนและพักการโอนหุ้น ในวันที่ 28 สิงหาคม 2557  และ กำหนดจ่ายเงินปันผล วันที่ 5 ก.ย. 2557

น.ส.วันดี กล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนการลงทุนขยายโอกาสทางธุรกิจเพื่อสอดรับกับมติคณะกรรมการนโยบายทางพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยกำหนดแนวทางส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) โดยเปิดการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วงปี 2557-2558 มีมูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทฯมีแผนที่จะขยายธุรกิจ ร่วมกับพันธมิตรในการลงทุนในต่างประเทศ โดยกำหนดเป้าหมายในประเทศญี่ปุ่นและกลุ่มเป้าหมายในประเทศอาเซียนในช่วงปลายปี 2557