ก.ล.ต.คลอดเกณฑ์ภาครัฐออกตราสารหนี้ขาย

วันที่ 08 ก.ค. 2557 เวลา 10:52 น.
ก.ล.ต.คลอดเกณฑ์ภาครัฐออกตราสารหนี้ขาย
ก.ล.ต.ออกหลักเกณฑ์เสนอขายตราสารหนี้ของหน่วยงานภาครัฐวางแนวทางเดียวกับเอกชน ยกระดับมาตรฐานหน่วยงานภาครัฐเทียบเท่าสากล  นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่า คณะกรรมการมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การออกและเสนอขายตราสารหนี้ของหน่วยงานภาครัฐตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ได้แก่ องค์กรมหาชน องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 ม.ค.2558   ทั้งนี้ ครอบคลุมทั้งการออกและเสนอขายในประเทศที่เป็นสกุลเงินบาทและสกุลเงินตราต่างประเทศและการออกและเสนอขายผู้ลงทุนในต่างประเทศ  เพื่อให้เป็นไปแนวทางเดียวกับบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด   นายวรพล กล่าวว่า หน่วยงานภาครัฐต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเปิดเผยข้อมูลเช่นเดียวกับภาคเอกชน หากเป็นการเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป ต้องยื่นคำขอต่อ ก.ล.ต. โดยมีงบการเงินเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ไม่ค้างการนำส่งงบการเงินหรือรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินต่อ ก.ล.ต. อีกทั้งต้องมีผู้บริหารที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด   นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐต้องเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ลงทุนโดยยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (แบบ filing) และเพิ่มเติมข้อมูลที่สำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน เช่น กระทรวงการคลังไม่ได้ค้ำประกันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยของตราสาร แหล่งที่มาของเงินเพื่อชำระหนี้ เป็นต้น รวมถึงลักษณะการประกอบการที่นำมาใช้วิเคราะห์ความเสี่ยงในการได้รับชำระหนี้ได้  อีกทั้งต้องรายงานผลการขายและเปิดเผยข้อมูลภายหลังการเสนอขายเช่นเดียวกับหุ้นกู้ภาคเอกชน  ทั้งนี้ หากหน่วยงานภาครัฐต้องการเสนอขายแบบวงจำกัด หลักเกณฑ์ การขออนุญาตและการเปิดเผยข้อมูลจะผ่อนคลายมากกว่าการเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป  “ตราสารหนี้ได้รับความนิยมจากภาคเอกชนจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่สนับสนุนการระดมทุนจากผู้มีเงินทุนได้โดยตรง แต่ต้องมีงบการเงินที่ได้มาตรฐานและมีผู้บริหารที่มีคุณสมบัติเหมาะสม  รวมถึงเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน  การออกหลักเกณฑ์ในครั้งนี้เป็นการสนับสนุนการออกและเสนอขายตราสารหนี้ของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานของหน่วยงานภาครัฐให้เทียบเท่าสากล  และสร้างทางเลือกในการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนเพิ่มขึ้นอีกด้วย” นายวรพล กล่าว  

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต