หุ้นไทย4พ.ย.หลุด1,400จุด

วันที่ 04 พ.ย. 2556 เวลา 13:03 น.
หุ้นไทย4พ.ย.หลุด1,400จุด
หุ้นไทยภาคเช้า 4 พ.ย.ดัชนีร่วงหลุด 1,400 จุด ปิดที่ 1,397.03 จุด ลดลง 32.05 จุด มูลค่า 15,532.41 ล้านบาท

ตลาดหุ้นช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ย. ดัชนีปิดหลุด 1,400 จุดแล้ว โดยปิดที่ 1,397.03 ลดลง 32.05 จุด หรือ 2.24 % แตะระดับสูงสุดที่ 1,412.68 จุด และต่ำสุดที่ 1,396.09 จุดมูลค่าการซื้อขาย 15,532.41 ล้านบาท

ดัชนีดิ่งตั้งแต่เปิดตลาดภาคเช้าและเคลื่อนไหวในแดนลบตลอด ซึ่งนายภาดล วรรณรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงมากกว่า 2% รับแรงกดดันจากปัจจัยทางการเมืองในประเทศ จากเหตุการณ์การชุมนุมคัดค้านต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ล่าสุดม็อบสวนลุมพินีได้มารวมกับม็อบอุรุพงษ์แล้ว อีกทั้งจะมีการยกระดับการชุมนุมอีกด้วย จึงต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประชุม ส.ว.ในวันที่ 8-11 พ.ย.นี้จะต้องรอดูว่าทิศทางและน้ำหนักจะไปในทางไม่เห็นด้วยมากขึ้นหรือไม่ และในช่วงเวลานี้ยังมีเรื่องเขาพระวิหารอีกด้วย เนื่องจากศาลโลกจะมีคำพิพากษาในวันที่ 11 พ.ย.นี้ด้วย

ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ก็มีตลาดจีนและฮ่องกงอยู่ในแดนบวก แต่ตลาดในกลุ่ม TIP ต่างปรับตัวลงทั่วหน้า ซึ่ง Flow ต่างชาติขายเข้ามาที่ตลาดในกลุ่ม TIP อีกทั้งตลาดไทยก็มาเจอแรงกดดันจากการเมืองอีกพร้อมให้แนวรับ 1,400 จุด แนวต้าน 1,420 จุด

ด้านนายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ  ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลอดสัปดาห์นี้นักลงทุนยังคงความสนใจกับประเด็นการเมืองภายในประเทศ ภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฏรผ่านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ส่งผลให้กลุ่มคัดค้านประกาศชุมนุมในพื้นที่กทม. ทางบริษัทมีความกังวลว่าความตึงเครียดทางการเมืองอาจฉุดให้ปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นลดลง จากสถิติย้อนหลังในอดีตพบว่าหากมีความเสี่ยงทางด้านการเมืองภายในประเทศ ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวได้แย่กว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้านปัจจัยที่ต้องติดตามมี 4 ประเด็นคือ

1.ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียในสัปดาห์ที่แล้ว ตลาดส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นโดยเฉลี่ย 0.5% สวนทางตลาดหุ้นไทยปรับตัวลง 2% มากกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเนื่องจากความตึงเครียดทางการเมืองยังคงเป็นประเด็นกังวลหลัก 2. กระแสเงินลงทุนโดยดูจากทิศทางค่าเงินบาท แนวโน้มคาดแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 31-31.2 บาท/เหรียญสหรัฐ หากทะลุไปในทิศทางใดทิศทางนึงอาจบ่งชี้ถึงกระแสเงินลงทุนที่ไหลเข้าและออกอย่างชัดเจน  3. สถานการณ์การเมืองในประเทศ กรณีการชุมนุมของกลุ่มต่างๆจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงหรือไม่  4.สัญญาณทางเทคนิคหากดัชนีปรับตัวลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน 1430 จุด ประเมินแนวรับถัดไปบริเวณ 1,400 จุด

กลยุทธ์การลงทุน เมื่อภาวะตลาดหุ้นคาดยังผันผวน นักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงสูงได้แนะนำทยอยเข้าลงทุนในหุ้นที่มีสัญญาณแข็งแกร่งมากกว่าตลาด ส่วนนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงปานกลาง-ต่ำแนะนำรอสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนของตลาดคาดว่าแนวรับจะอยู่บริเวณ 1,400 จุด

หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ JAS          มูลค่าการซื้อขาย 1,578 ล้านบาท ปิด 7.95 บาท ลดลง 0.05  บาท (-0.62 %)  TRUE       มูลค่าการซื้อขาย 1,152 ล้านบาท ปิด  8.25 บาท ลดลง 0.35 บาท (-4.07%)AOT         มูลค่าการซื้อขาย 820 ล้านบาท ปิด 194.50 -บาท ลดลง  11.50  บาท (-5.58 %)  IVL           มูลค่าการซื้อขาย 547 ล้านบาท ปิด  23.60 บาท ลดลง 1.20 บาท (-4.84 %)  KBANK    มูลค่าการซื้อขาย 510 ล้านบาท ปิด  183.50 บาท ลดลง 2.00 บาท (-1.08%)