SCCกำไรดีเกินคาดได้บริษัทลูกช่วย

วันที่ 29 เม.ย. 2553 เวลา 06:30 น.
ปูนซิเมนต์ไทยฉลุยกำไรไตรมาสแรกโตเกินคาดถึง 32% ได้บริษัทย่อยหนุนทั้งธุรกิจปิโตรเคมี กระดาษ บริษัทเวียดนาม

นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) แถลงว่า ไตรมาสแรกปีนี้บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,856 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 5.71 บาท เพิ่มขึ้น 32% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขาย 6.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% ซึ่งสูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ว่าขายทั้งปีจะเติบโต 10%

กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ผลงานในไตรมาสแรกที่ออกมาดี ทำให้มั่นใจว่าทั้งปีนี้ยอดขายจะโตมากกว่า 10% โดยกลุ่มกระดาษจะช่วยผลักดันการเติบโตได้มาก และเชื่อว่ายอดขายของธุรกิจปิโตรเคมีคงเกิน 10% เล็กน้อย ปูนซีเมนต์ขายเพิ่มขึ้นประมาณ 5% คาดว่าปีนี้ยอดขายจะเติบโตเกิน 10%

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้บริษัทมีกำไรไตรมาสแรกปีนี้เติบโตสูง ส่วนใหญ่มาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนทั้งธุรกิจปิโตรเคมี และธุรกิจกระดาษที่ปริมาณขายและราคาขายผลิตภัณฑ์เพิ่ม รวมทั้งมียอดขายเพิ่มมาจากบริษัท นิว เอเชีย อินดัสตรีส์ โรงงานกล่องกระดาษลูกฟูก บริษัทย่อยแห่งใหม่ในเวียดนาม โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 30% และสร้างกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึงกว่า 4 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ยอดขายสุทธิของธุรกิจซีเมนต์เพิ่มเพียง 4% แต่กำไรสุทธิลดลง 2% เนื่องจากราคาปูนซีเมนต์ในประเทศลดลง

“กำไรที่เติบโตสูง เพราะฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะธุรกิจกระดาษที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ปีที่แล้วกำลังการผลิตแค่ 50% ส่วนปีนี้ 80% แล้ว” นายกานต์ กล่าว

นายกานต์ กล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรกจัดว่าเป็นช่วงสูงสุดของธุรกิจ ขณะที่ไตรมาส 2 และไตรมาส 3 เป็นช่วงที่แย่ เพราะฤดูฝนและวันหยุดมาก ซึ่งธุรกิจจะทยอยตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 อีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ SCC ทำกำไรในไตรมาสแรกนั้นสูงกว่าประมาณการที่นักวิเคราะห์ในตลาดส่วนใหญ่คาดไว้ว่ากำไรจะเติบโต 15-27% เพราะไม่ได้รวมประมาณการการเติบโตของกลุ่มกระดาษจากบริษัทลูกที่เวียดนามไว้

สำหรับ 18 โครงการที่ถูกระงับลงทุนในมาบตาพุด เชื่อว่าจะยังไม่รับรู้รายได้ในปีนี้ โดยตามแผนเดิมจะแล้วเสร็จในปี 2554 ขณะนี้บริษัทได้รับอนุญาตจากศาลให้ก่อสร้างโครงการได้ 6 ใน 18 โครงการตามที่ขอไป ขณะที่อีก 12 โครงการ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2