รร.เซ็นทรัล-MINTยังทนไหว

วันที่ 27 เม.ย. 2553 เวลา 06:30 น.
“สุทธิเกียรติ” ชี้ทางแก้ม็อบ เซ็นทรัลต้องบริหารโรงแรมต่างประเทศมากขึ้น MINT ยันยังไหว หากไม่ยืดเกิน 3 เดือน ก.ล.ต.จี้ บล.เปิดฐานะเงินกองทุนรายวัน

วันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) และบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ได้จัดการประชุมผู้ถือหุ้น และคำถามยอดฮิตคือเรื่องผลกระทบจากม็อบเสื้อแดงยึดราชประสงค์รวมถึงแนวทางแก้ปัญหา

นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร CENTEL ชี้แจงต่อผู้ถือหุ้นว่า ถ้าไม่เกิดวิกฤตทางการเมืองขึ้นคาดว่าปีนี้ยังสามารถรักษากำไรสุทธิกว่า 300 ล้านบาท เหมือนปีก่อนๆ ได้

สำหรับผลกระทบจากการชุมนุมนั้น ในระยะแรกบริษัทมีรายได้จากโรงแรมต่างจังหวัดเข้ามาทดแทน โดยเฉพาะที่พัทยาและภูเก็ต ทำให้อัตราการเข้าพักยังอยู่ที่ 80% แต่เมื่อเกิดเหตุระเบิดในวันที่ 10 และ 22 เม.ย. ตอนนี้อัตราการเข้าพักที่ต่างจังหวัดลดลงแล้ว 12%

“ตั้งแต่เกิดการชุมนุมที่ราชประสงค์บริษัทได้รับความเสียหายมากกว่า 130 ล้านบาท โดยยังไม่รวมถึงลูกค้าที่จะเข้าใหม่ ปัจจุบันมีอัตราเข้าพักเหลือเพียง 10% จากเป้าที่ตั้งไว้ 75-80 %” นายสุทธิเกียรติ กล่าว

นายสุทธิเกียรติกล่าวภายหลังการประชุมว่า สิ่งเดียวที่ทำได้คือการเร่งไปรับงานบริหารโรงแรมที่ต่างประเทศมากขึ้น โดยปีนี้ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มการบริหารทั้งหมด 15 แห่ง จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 14 แห่ง

นางปรารถนา มงคลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน MINT กล่าวว่า บริษัทยังไม่ได้ปรับลดเป้าหมายรายได้ของปีนี้ที่คาดว่าจะโต 12-15% จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 1.7 หมื่นล้านบาท ยกเว้นหากความวุ่นวายยืดเยื้อกินเวลา 3-4 เดือนก็จะทำให้รายได้ลดลงประมาณ 5%

“ยอดยกเลิกเพียง 40 ล้านบาทเท่านั้น โดยประมาณ 20 ล้านบาทเป็นของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ หากเทียบกับฐานรายได้จากธุรกิจโรงแรมที่มีกว่า 7,000 ล้านบาท จึงถือว่าเล็กน้อยมาก อีกทั้งเป็นช่วงนอกฤดูกาล จึงไม่กังวลและยังคงเดินหน้าลงทุนตามปกติ ปีนี้ตั้งไว้ประมาณ 4,000 ล้านบาท” นางปรารถนา กล่าว

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้ส่งหนังสือเวียนถึงบริษัทหลักทรัพย์และตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทุกแห่ง เพื่อให้จัดส่งรายงานการคำนวณเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (แบบ บล.4/1) รายวันเป็นการชั่วคราว (T+2) เพื่อประโยชน์ในการติดตามฐานะและการดำเนินงานได้อย่างใกล้ชิด และทันต่อเหตุการณ์มากยิ่งขึ้น

แหล่งข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่พบลูกค้าผิดนัดชำระเงิน ส่วนการออกหนังสือเวียนของ ก.ล.ต.ครั้งนี้มีมาตรฐานและมีรายละเอียดมากขึ้นด้วย