บิ๊กEARTHเก็บหุ้น

วันที่ 17 ส.ค. 2556 เวลา 08:23 น.
บิ๊กEARTHเก็บหุ้น
ยอมจ่าย7.90บาทสูงกว่าราคากระดาน มองอนาคตดีทำได้ตามแผนที่วางไว้

“พิสุทธิ์” ซีอีโอ EARTH ควักกระเป๋า 237 ล้านบาท บิ๊กล็อตหุ้นคืน เผยมั่นใจธุรกิจ

ราคาหุ้นบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) ปรับตัวขึ้นและซื้อขายหนาแน่น หลังจากมีรายการซื้อขายรายใหญ่ (บิ๊กล็อต) ในช่วงเช้าวันที่ 16 ส.ค. จำนวน 2 รายการ รวม 30 ล้านหุ้น คิดเป็น 1% ของทุนชำระแล้ว มูลค่าบิ๊กล็อต 237 ล้านบาท เฉลี่ยหุ้นละ 7.90 บาท

ล่าสุด หุ้น EARTH ปิดสูงสุดของวัน 6.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 4.92% มูลค่าซื้อขาย 335.58 ล้านบาท

นายขจรพงศ์ คำดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ เปิดเผยว่า การทำบิ๊กล็อตหุ้น EARTH ที่เกิดขึ้น เป็นการทำรายการของนายพิสุทธิ์ พิหเคนทร์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 30 ล้านหุ้น โดยเลือกจากผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ถือหุ้นจำนวนมาก เช่น 1 ล้านหุ้นขึ้นไป จากนั้นให้โบรกเกอร์ติดต่อเจรจาขอซื้อราคาหุ้นละ 7.90 บาท ขณะที่ราคาหุ้นบนกระดานอยู่ 6 บาท

กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า การเลือกทำบิ๊กล็อตแทนการซื้อหุ้นบนกระดานที่มีราคาต่ำกว่าไม่ได้เป็นการชี้นำราคาหุ้น เนื่องจากไม่ต้องการให้มีผลกับราคาบนกระดานจากการซื้อหุ้นจำนวนมาก นอกจากนี้ ผู้บริหารต้องการที่จะเลี่ยงไม่ยุ่งเกี่ยวกับราคาหุ้นบนกระดาน

สาเหตุที่นายพิสุทธิ์ซื้อหุ้น EARTH จำนวนมาก เนื่องจากมีความเชื่อมั่นการทำธุรกิจของบริษัททำได้ตามเป้าหมายทุกอย่างตามพันธกิจที่วางไว้ 5 ประการ

“ประธานเห็นว่าราคาที่ซื้อบิ๊กล็อต 7.90 บาท เป็นราคาที่เหมาะสมและมีความเชื่อมั่นที่บริษัททำรายได้ตามเป้าทุกอย่างที่วางไว้ ทั้งการซื้อเหมือง โรงไฟฟ้า ที่สำคัญกรรมการ 5 คนหลักของ EARTH นายพิสุทธิ์ถือหุ้นน้อยที่สุด จึงต้องการถือหุ้นเพิ่ม” กรรมการผู้จัดการกล่าว

สำหรับผลประกอบการ EARTH ไตรมาส 2 กำไรสุทธิ 308.21 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 29.59 ล้านบาท หรือ 8.8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 337.80 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือน กำไรสุทธิ 676.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92.26 ล้านบาท หรือ 15.8%

นายขจรพงศ์ ได้กล่าวถึงสาเหตุจากการจำหน่ายถ่านหินทั้งตลาดในและต่างประเทศ จัดส่งถ่านหินได้ตามคำสั่งซื้อลูกค้าจากเหมืองถ่านหินของบริษัท ทำให้ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นและรายได้ครึ่งปีเกินเป้าหมายมาก ทั้งปีตั้งเป้ารายได้รวม 1.4 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ 10,400 ล้านบาท มั่นใจทำได้ตามเป้า 1.4 หมื่นล้านบาท หรือเป้า 8 ล้านตัน

สำหรับแนวโน้มของธุรกิจพลังงานถ่านหินยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมต้องการที่จะลดต้นทุนทางการผลิตลง ซึ่งถ่านหินจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยประเมินว่าราคาถ่านหิน ณ ปัจจุบันน่าจะใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว และเชื่อว่าในปี 2557 จะเป็นปีทองของธุรกิจถ่านหิน ซึ่งราคามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะเชื่อว่าถ่านหินยังเป็นเชื้อเพลิงที่แข่งขันได้ดีในตลาด และต้นทุนถูกกว่าเชื้อเพลิงประเภทอื่น

ปัจจุบัน EARTH มีปริมาณสำรองถ่านหินประมาณ 45 ล้านตัน แบ่งเป็นเหมืองที่ประเทศอินโดนีเซียเหลือ 5 ล้านตัน เหมืองที่ประเทศพม่า 40 ล้านตัน และเหมือง Hary ซึ่งอยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่เพื่อจัดทำ JORC คาดว่าจะมีปริมาณสำรอง 3040 ล้านตัน ซึ่งถือว่าเพียงพอที่จะขายได้ในอีก 10 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมองหาเหมืองแห่งใหม่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามแผน 5 ปีข้างหน้า จะมีปริมาณสำรองถ่านหินที่ 200 ล้านตัน

กรรมการผู้จัดการ กล่าวถึงการสำรวจปริมาณสำรองถ่านหินเหมืองอินโดนีเซีย โดยผู้ประเมินอิสระที่มีใบอนุญาต หรือ JORC ซึ่งเป็นเหมืองที่อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อใหม่นั้น คาด JORC รายงานปริมาณสำรองถ่านหินเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งสาเหตุการล่าช้า เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนและการถือศีลอดของชาวอินโดนีเซีย ทำให้การทำงานล่าช้าออกไป สัปดาห์หน้าจะเดินทางไปอินโดนีเซียเพื่อเร่งดำเนินการต่อไป