นักลงทุนยังไม่ซื้อLTF

วันที่ 20 ธ.ค. 2555 เวลา 12:01 น.
นักลงทุนยังไม่ซื้อLTF
หุ้นไทยทำนิวไฮไม่หยุด นักลงทุนยังไม่ตัดสินใจซื้อกองทุน LTF หวังรอซื้อ 2 สัปดาห์สุดท้าย หนุนทั้งปีไม่ติดลบ

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย กล่าวว่า ปีนี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนยังไม่กล้าซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มากนักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่วันที่ 3-14 ธ.ค. 2555 มียอดซื้อสุทธิทั้งสองประเภทประมาณ 3,900 ล้านบาท

“นักลงทุนอาจรอให้หุ้นย่อตัวกว่านี้ แต่ดัชนีกลับขึ้นแรงต่อเนื่อง คงต้องรอลุ้นในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย” นายสมชัย กล่าว

นอกจากนั้น ปีนี้นักลงทุนที่ถือลงทุน LTF มาครบ 5 ปี นำหน่วยลงทุนมาขายในช่วงต้นปีค่อนข้างมาก อาจทำให้ยอดรวมทั้งปีไม่สูงเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ซึ่งอยากแนะนำนักลงทุนที่กลัวว่าหุ้นขึ้นสูงสามารถเลือกกองทุน LTF ที่ลงทุนในหุ้น 70% ได้

ด้านนายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 14 ธ.ค. 2555 กองทุน LTF มียอดขายสุทธิ 1.15 หมื่นล้านบาท ขณะที่กองทุน RMF มียอดซื้อสุทธิ 5,800 ล้านบาท

ขณะที่ในไตรมาสแรกนักลงทุนขาย LTF มากถึง 1.9 หมื่นล้านบาท แต่เชื่อว่า 2 สัปดาห์สุดท้ายซึ่งเป็นช่วงปกติที่นักลงทุนจะเข้ามาซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี น่าจะทำให้ตัวเลข LTF กลับมาเป็นบวกได้หรือหากติดลบก็น่าจะลบเล็กน้อย

“จากตัวเลข 3-4 ปีย้อนหลังจะมียอดซื้อสุทธิกองทุน LTF ในเดือน ธ.ค. ประมาณ 1-1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเดือนนี้ซื้อสุทธิเพียง 2,500 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งพบว่านักลงทุนกลัวหุ้นแพง อาจไม่คุ้มกับภาษีที่จะได้รับ จึงโยกเงินไปลงทุนประกันออมทรัพย์ซึ่งได้ลดหย่อนภาษีเช่นกัน” นายกิตติคุณ กล่าว

นายสมจินต์ ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ทหารไทย ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า คาดว่าช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายนักลงทุนจะเข้ามาซื้อ LTF-RMF เพื่อสิทธิทางภาษี แม้หุ้นจะไม่ปรับฐานลงมาก็ตาม

นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นในปี 2556 ยังมีทิศทางที่ดี คนที่ยังไม่ได้ซื้อกองทุน LTF ก็ไม่น่าจะกังวลกับต้นทุนที่สูงขึ้นมากนัก เพราะเมื่อซื้อลงทุนแล้วก็ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี

“คนที่เสียภาษีในฐาน 10% ถ้าหุ้นตก 200 จุด ถึงจะขาดทุน เพราะเงินภาษีที่ได้คืนก็จะหายไป แต่ถ้าฐานภาษีอยู่ที่ 20-30% หุ้นต้องตก 400-500 จุด ถึงจะขาดทุน โอกาสที่หุ้นจะตกแบบนั้นน้อยมาก จึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่ซื้อกองทุน” นายไพศาล กล่าว

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่า ปีนี้ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงสุด 33% ชนะตลาดหุ้นทั่วโลก จึงแนะนำให้ขายหุ้นที่มีราคาแพงและเลือกซื้อหุ้นถูก