พีเออีจ่อเทิร์นอะราวด์

วันที่ 11 ธ.ค. 2555 เวลา 07:39 น.
พีเออีจ่อเทิร์นอะราวด์
ระดมทุนฉลุย-รุกพลังงานเต็มสูบ เล็งขอตลาดย้ายหมวดซื้อ-ขายหุ้น

PAE ลั่นพร้อมบุกธุรกิจออยล์แอนด์ก๊าซ หลังฐานทุนแกร่ง เล็งย้ายหมวดซื้อขาย นำบริษัทลูกเข้าตลาดหุ้น

นายรัตนพล วงศ์นภาจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเออี (ประเทศไทย) หรือ PAE เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการระดมทุน ทำให้มีเงินทุนเข้ามาประมาณ 1,800 ล้านบาท ซึ่งมากเพียงพอที่จะทำให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจได้เต็มกำลังมากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 675 ล้านหุ้น เป็น 1,350 ล้านหุ้น โดยขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคา 0.60 บาท พร้อมทั้งขายหุ้นกู้แปลงสภาพจำนวน 450 ล้านบาท ให้กับกองทุน Advance Opportuni ties Fund ซึ่งเป็นกองทุนของสิงคโปร์

“ยอมรับว่าที่ผ่านมาบริษัทเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ แต่ติดปัญหาเรื่องขาดเงินทุน และเมื่อบริษัทสามารถแก้ไขปัญหาได้และทำให้มีฐานะทุนที่แข็งแกร่ง ก็จะทำให้ธุรกิจของบริษัทพร้อมที่จะรุกได้เต็มที่” นายรัตนพล กล่าว

สำหรับเงินทุนที่ได้มาบริษัทจะนำไปลงทุนในการพัฒนาโรงงานประกอบให้กับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ที่แหล่งสิริกิติ์ 1 จ.กำแพงเพชร ซึ่งบริษัทได้เข้าไปรับงานมาล่าสุด รวมถึงการพัฒนาที่ระยอง ซึ่งบริษัทได้รับงานจากบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) โดยการที่ได้เข้าไปรับงานจากบริษัทในเครือ ปตท.ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี เพราะ ปตท. เป็นลูกค้าที่มีความมั่นคงทุกด้านและไม่มีความเสี่ยง

กรรมการผู้จัดการ PAE กล่าวว่า หลังจากทางกลุ่มเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นและเข้ามาบริหาร PAE ได้มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจจากเดิมที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ก็เปลี่ยนมาทำธุรกิจให้บริการงานวิศวกรรม การก่อสร้าง การให้บริการบำรุงรักษาซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ กับอุตสาหกรรมพลังงาน รวมถึงการจัดส่งพนักงานที่มีประสบการณ์ในการทำงานเพื่อร่วมปฏิบัติงานกับบริษัทชั้นนำในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับออยล์และก๊าซ ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสูงและสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิน) ได้ดีกว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างที่แม้ว่าจะมีปริมาณงานมาก แต่กลับมีมาร์จินเพียง 7-8% เท่านั้น ต่างจากธุรกิจออยล์แอนด์ก๊าซที่มีมูลค่างานแต่ละครั้งอยู่ที่ 200 กว่าล้านบาท แต่มีโอกาสสร้างมาร์จินได้ถึง 35-40%

นายรัตนพล กล่าวว่า หลังจากบริษัทรุกให้บริการด้านวิศวกรรมธุรกิจออยล์แอนด์ก๊าซอย่างจริงจัง จะทำให้โครงสร้างรายได้ในอนาคตจะมาจากธุรกิจนี้ประมาณ 70% และ 30% เป็นอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง จากปัจจุบันอยู่ที่ 51.34% และ 48% ตามลำดับ

นอกจากนี้ เมื่อบริษัทมีรายได้หลักจากธุรกิจออยล์แอนด์ก๊าซ ก็มีแผนที่จะขอตลาดหลักทรัพย์ย้ายหมวดซื้อขายหุ้นไปอยู่ในหมวดพลังงาน จากเดิมอยู่หมวดอสังหาริมทรัพย์ โดยคาดว่าการย้ายหมวดน่าจะเกิดขึ้นอย่างเร็วปีหน้า

ด้านผลดำเนินงานปีนี้แม้ว่าในงวด 9 เดือนยังคงขาดทุนอยู่ แต่อยากให้นักลงทุนอดใจรอดูผลงานในอนาคต เพราะมั่นใจว่าไตรมาสแรกปี 2556 น่าจะเห็นความชัดเจนในเรื่องผลดำเนินงาน หลังจากที่ได้รุกธุรกิจพลังงานอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ดี บริษัทยังมีแนวคิดที่จะนำบริษัท พีเออี เทคนิคอล เซอร์วิส ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ 99.99% และดำเนินธุรกิจทดสอบโลหะแบบไม่ทำลายในธุรกิจก่อสร้างที่เกี่ยวกับเหล็กท่อโลหะในอุตสาหกรรมและเอกซเรย์ท่อและถังแก๊ส เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันธุรกิจด้านนี้ถือว่าเติบโตดี แต่ละปีสร้างรายได้ให้กับบริษัทกว่า 100 ล้านบาท โดยคาดว่าจะดำเนินการให้ทันในช่วง 12 ปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดไอพีโอที่อยู่ในภาวะสดใส