หุ้น-ทองไปต่อไม่ไกล

วันที่ 07 ก.ย. 2555 เวลา 07:54 น.
หุ้น-ทองไปต่อไม่ไกล
ราคาทะลุแนวต้านหวังยาแรง ค้าปลีกยอมรับกำลังซื้อแผ่วลง

หุ้นไทย ทองวิ่งทะลุแนวต้านสำคัญ แต่ทิศทางไม่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่

ภาวะการซื้อขายสินทรัพย์เสี่ยงเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งดัชนีหุ้นทั่วโลก ราคาน้ำมันล่วงหน้า ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะทองคำทะลุแนวต้านที่สำคัญที่ 1,700 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ไปเรียบร้อยแล้ว

ตลาดมีความหวังเรื่องมาตรการของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีการประชุมวันที่ 13 ก.ย.นี้ ขณะที่เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ประชุม อีซีบี ธนาคารกลางอังกฤษ ออส เตรเลีย และมาเลเซีย มีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย

สำหรับตลาดหุ้นไทยวิ่งแรงไม่หยุดและพยายามฝ่าจุดสูงสุดของรอบนี้ที่ระดับ 1,247 จุด แต่ยังไม่สำเร็จ ระหว่างวันขึ้นไปจ่อแถว 1,246.98 จุด หลังจากนั้นก็อ่อนตัวลงเล็กน้อยมาปิดที่ 1,243.92 จุด เพิ่มขึ้น 10.08 จุด หรือบวก 0.84% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 29,322.38 ล้านบาท ขณะที่ต่างชาติกลับมาขายเล็กน้อย 132 ล้านบาท หลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นมาสวนตลาดเอเชียมาหลายวันโดยไม่มีปัจจัยใหม่ๆ สนับสนุน

นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต กล่าวว่า ดัชนีหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้น รวมถึงดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้า ส่วนดัชนีหุ้นไทยทะลุแนวต้าน 1,243 จุด ไปแล้วและไปแตะจุดสูงสุดเดิมที่ 1,247 จุด แต่ไม่สามารถผ่านไปได้

“การขึ้นของหุ้นรอบนี้คงไปได้แค่ 1,260-1,270 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 30-40 จุด คงไปไม่ไกลถึง 50-100 จุด และจะปรับตัวขึ้นไปถึงปลายสัปดาห์หน้าเท่านั้น ที่รับข่าวดีจากการประชุมของทั้งยุโรปและสหรัฐ” นายอดิศักดิ์ กล่าว

ด้านทองคำ ราคาทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 เดือน ทะลุแนวต้าน 1,700 เหรียญสหรัฐ

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก ให้ความเห็นว่า แนวโน้มราคาทองยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยมีแนวต้านต่อไปที่ 1,720 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์

ขณะนี้ตลาดยังคาดหวังว่าสหรัฐจะออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 3 (คิวอี 3) เพราะคาดว่าตัวเลขคนตกงานจะเพิ่มขึ้น 5 หมื่นคน ซึ่งจะทำให้มีคิวอี 3 เกิดขึ้นตามที่นายเบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด เคยกล่าวไว้ว่า หากตัวเลขตกงานเพิ่มขึ้นมากจะออกมาตรการคิวอี 3

ด้านบริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส เปิดเผยว่า ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,685-1,695 เหรียญสหรัฐ โดยที่ไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้าน 1,700 เหรียญสหรัฐไปได้ โดยราคาย่อลงมาเพื่อสร้างฐานและจะปรับตัวขึ้นไปใหม่ โดยมีแนวรับที่สำคัญคือ 1,675-1,680 เหรียญสหรัฐ

ด้านธุรกิจค้าปลีกในประเทศเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง โดยนายปรีชา เอกคุณากุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBIN) กล่าวว่า กำลังซื้อสินค้าไม่น่าจะแรงเท่ากับช่วงครึ่งปีแรก เพราะเมื่อเข้าสู่ไตรมาส 3 นอกจากจะตรงกับช่วงวงจรธุรกิจขาลงแล้ว ยังเริ่มเห็นผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรปรับตัวลดลง เศรษฐกิจในต่างประเทศชะลอตัว กระทบต่อภาคการส่งออก รวมถึงมาตรการรถยนต์คันแรก ซึ่งกลุ่มที่เข้าโครงการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและกลุ่มเดียวกับลูกค้าหลักที่มีเงินเดือนระดับ 2-3 หมื่นบาท เริ่มระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย เพราะปัจจัยเหล่านี้เป็นผลกระทบทางจิตวิทยา

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งปียอดขายยังสามารถเติบโตถึง 22% จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 17,630 ล้านบาท เนื่องจากสาขาในต่างจังหวัดยังดีอยู่

นายปรีชา กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดสาขา 5 แห่ง ทำให้สิ้นปีมีสาขาเพิ่มเป็น 30 สาขา และปีหน้าวางแผนจะเปิดเพิ่มอีก 5 สาขา คาดลงทุนสาขาละประมาณ 500-1,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างศึกษาการไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อนบ้าน