ธนินท์ชูเปิดกาสิโน

วันที่ 28 ก.ค. 2555 เวลา 12:14 น.
ธนินท์ชูเปิดกาสิโน
ธนินท์เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ

“ยุทธศาสตร์ประเทศไทยรับมือเศรษฐกิจโลกใหม่” ที่จัดในวาระครบรอบ 20 ปี แห่งการก่อตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 27 ก.ค.

ก.ล.ต.ได้เชิญ บัณฑูร ล่ำซำ ซีอีโอธนาคารกสิกรไทย และธนินท์มานำเสนอและแลกเปลี่ยนมุมมองต่างประเด็นและต่างเวลา โดยบัณฑูรขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ก่อน แต่ธนินท์ผู้ขึ้นกล่าวทีหลังได้แสดงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจว่า

“รัฐบาลควรส่งเสริมให้เปิดบ่อนกาสิโน ซึ่งจะทำให้ไทยมีรายได้เข้ามาจำนวนมาก ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 19 ล้านคน มีรายได้ปีละ 7 แสนล้านบาท ซึ่งเห็นว่าทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่ม อาจมากกว่ามาเก๊า ที่แต่ละปีมีรายได้ประมาณ 8.7 แสนล้านบาท จากการเปิดบ่อน ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของโลก” ธนินท์ กล่าว

รองลงมา ลาสเวกัส 3.1 แสนล้านบาท อันดับ 3 สิงคโปร์ เพิ่งเปิด 1.6 แสนล้านบาท ขณะนี้หลายประเทศก็เปิด รอบประเทศไทยก็เปิด แต่ในการเปิดอาจมีเงื่อนไขเพื่อไม่ให้คนมีรายได้น้อยเข้าไป

“ถ้าผมมีอำนาจ ผมจะเปิดบ่อนกาสิโนเหมือนลาสเวกัส เหมือนมาเก๊า เมืองไทย การพนันใต้ดินเต็มบ้านเต็มเมือง ทั้งบอล ทั้งหวย แต่เราไม่ยอมรับความจริง เราจึงไม่ยอมให้เปิด เรื่องเล่นการพนัน คนไม่เล่นยังไงก็ไม่เล่น เหมือนผมที่ไปลาสเวกัส ไปดูว่าเขาเล่นกันยังไง แต่ก็ไม่เล่น แต่หากให้ลงทุนเป็นพันล้านบาทก็เอา เพราะฉะนั้น ผมเห็นว่าบ้านเราก็ควรเปิดกาสิโน แต่จะมีเงื่อนไขอย่างไร ต้องคนมีรายได้เท่าไหร่ ค่าตั๋วเข้าไปเล่นก็ต้องสูง เพื่อป้องกันคนไม่มีเงินเข้าไปเล่น” ธนินท์ กล่าว

สำหรับเมืองที่เหมาะจะให้เปิดก็เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ อย่ามองว่าเป็นการพนันอย่างเดียว เพราะเป็นเรื่องท่องเที่ยวด้วย วันนี้ลาสเวกัสกลายเป็นศูนย์การประชุมขนาดใหญ่ การโชว์ระดับโลก เพราะฉะนั้นอย่ามองว่าการพนันไม่ดี แต่หากทำได้ประเทศไทยจะมีรายได้มหาศาล ซึ่งถ้าจะทำก็ต้องไปดูตัวอย่างที่เขาประสบความสำเร็จเช่นฮ่องกง สิงคโปร์ ถ้าไทยเปิดได้ รายได้จะเป็น อันดับหนึ่งมากกว่ามาเก๊า

“ผมถามว่า คนจะเอาเงินมาให้ใช้ ทำไมไม่เอา ยิ่งเมื่อเป็นเสรีอาเซียนประชาชน 1,400 ล้านคน คนรวย 10% มาเที่ยวบ้านเรา เช่น จีนเอาเพียงนักท่องเที่ยวจีน 10% มาไทยก็รายได้มหาศาล เพราะวันนี้สินค้าราคาแพงในยุโรปทั้งหมด ซื้อโดยคนจีน 62% เพราะฉะนั้น เราก็ต้องคิดต่อไปว่า เราจะทำอะไรขายให้นักท่องเที่ยว โรงแรมเท่าไหร่จะพอ การจ้างงานเพิ่ม คนมีรายได้เพิ่ม เราควรเอาธุรกิจใต้ดินมาอยู่บนดิน เราไม่เสียอะไร เพราะเราก็ไม่เคยได้ ซึ่งเรื่องนี้ภาคสังคมก็ต้องเข้าใจ เพราะก็มีคนค้านอยู่” ธนินท์ กล่าว

ด้านภาพรวมเศรษฐกิจ แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่การเกษตรยังไปได้ คนไม่ซื้อเสื้อผ้า รถยนต์12 ปีได้ แต่ไม่กินข้าว 23 วันไม่ได้ดังนั้นยุทธศาสตร์การเกษตรของไทยต้องให้ชัด

ธนินท์ กล่าวถึงทฤษฎี 2 สูงที่เคยเสนอให้เป็นทิศทางของเมืองไทยว่า ขณะนี้ได้พัฒนาเป็นทฤษฎี 3 สูง 1 ต่ำ คือ 1.ค่าจ้างสูง พัฒนารายได้คนให้เท่ากับราคาน้ำมันที่เพิ่ม ซึ่งค่าจ้างคนไทยขณะนี้ต้องวันละ 500 บาท 2.ราคาสินค้าเกษตรต้องสูง 3.ประสิทธิภาพสูง ซึ่งการเพิ่มค่าจ้าง 300 บาท ทำให้ซีพีมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนเพิ่ม 1,000 ล้านบาท

แต่เมื่อเพิ่มผลตอบแทน สิ่งที่ให้พนักงานทำคือ แผนเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยงาน ซึ่งได้มาเท่านี้ก็คุ้มแล้ว ส่วน 1 ต่ำ คือ สวัสดิการที่พอเหมาะ เมืองไทยขณะนี้เพิ่งเริ่มประชานิยม หากทำเต็มที่แบบกรีซ ตกงานแต่ได้เงินใช้หลายหมื่นต่อเดือน อย่างนี้ก็ไม่เหมาะ ทำประชานิยมก็ต้องพอสมควร

 

บทความแนะนำ