บ้านปูตั้งรับฝ่าวิกฤต

วันที่ 25 ก.ค. 2555 เวลา 07:46 น.
“บ้านปู” ยอมถอย รับมือวิกฤตราคาถ่านหินยุโรป เดินหน้าลดค่าใช้จ่าย ลดเงินลงทุนตุนเงินสด

นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ราคาถ่านหินที่อ่อนตัวลง รวมถึงวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรป โดยได้ออกมาตรการลดค่าใช้จ่ายและเลื่อนแผนการลงทุนที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน เพื่อรักษากระแสเงินสดและฐานะทางการเงินให้มั่นคง

บริษัทตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายในปีนี้ลง 6-7% และปีหน้า 10-12% ของต้นทุนทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกระบวนการผลิต เช่น ลดความลึกในการขุดเหมือง ลดระยะทางให้สั้นลง รวมทั้งพยายามลดต้นทุนในการขนส่ง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานของบริษัทกลับไปใกล้เคียงในปี 2554

สำหรับแผนการลงทุนคาดว่าจะเลื่อนหรือลดเงินลงทุนลงประมาณ 500-600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลงประมาณ 30% จากเดิมที่คาดว่าจะใช้งบลงทุนในปี 2555-2558 ประมาณ 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะเป็นการลดการลงทุนในเหมืองออสเตรเลียลง 200 ล้านเหรียญสหรัฐ มองโกเลีย 200-250 ล้านเหรียญสหรัฐ และอินโดนีเซีย 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากมองว่าขณะนี้ความคุ้มทุนยังไม่น่าสนใจ จึงไม่ควรเร่งลงทุนผลิตถ่านหินออกมาจำนวนมาก โดยบริษัทจะหันไปเน้นการดำเนินงานในสินทรัพย์หรือเหมืองที่สามารถสร้างรายได้ได้เร็วเป็นหลัก อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมองหาโอกาสในการลงทุนหรือซื้อกิจการต่อเนื่อง

“ปัญหาของธุรกิจถ่านหินในขณะนี้คงต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่บริษัทยังคงมีนโยบายสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นและรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นสม่ำเสมอ เพราะนอกจากธุรกิจถ่านหินแล้ว บ้านปูยังมีสินทรัพย์อีกหลายแห่งที่สร้างกระแสเงินสดให้บริษัทได้มาก ล่าสุดบริษัทมีกระแสเงินสดสูงถึง 3 หมื่นล้านบาท” นายชนินท์ กล่าว

นายชนินท์ กล่าวว่า บริษัทได้ปรับลดยอดผลิตและขายถ่านหินปีนี้ลง 7% เหลือ 44 ล้านตัน จากเดิมคาดว่าอยู่ที่ 47 ล้านตัน เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณถ่านหินที่ล้นตลาดและราคาที่อ่อนตัวลง

นอกจากนี้ ยังปรับลดยอดผลิตและขายถ่านหินในปี 2558 ลง 10% จาก 60 ล้านตัน เหลือ 55 ล้านตัน ส่วนราคาขายถ่านหินปีนี้คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 95 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลงจากปีก่อนที่ 97 เหรียญสหรัฐต่อตัน

ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานในปีนี้ คาดว่าจะต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากราคาถ่านหินลดลง ต้นทุนในการดำเนินงานสูงขึ้น และส่วนแบ่งรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าลดลง ส่วนรายได้รวมในปีนี้คาดว่าจะโตขึ้นไม่เกิน 3% จากเดิมที่คาดว่าจะโตประมาณ 15%

ขณะเดียวกันแนวโน้มราคาถ่านหินคาดว่าจะทรงตัวต่อไปอีกระยะ ก่อนที่จะฟื้นตัวในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า หลังจากที่ปริมาณถ่านหินที่ล้นตลาดถูกดูดซับออกไป

ด้านราคาหุ้น BANPU ปรับตัวลงมาแรงจากที่เคยซื้อขายเหนือ 600 บาท มาอยู่ที่ 440 บาท หลังจากราคาถ่านหินลดลงมาก แต่ราคาหุ้นเริ่มนิ่งอยู่แถวนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากคำแนะนำให้ซื้อหุ้นตัวนี้ โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคิน ให้ราคาเป้าหมาย 580 บาท และ บล.กรุงศรี ให้มูลค่า 595 บาทต่อหุ้น