PTTอัด6หมื่นล.ซื้อสผ.

วันที่ 23 ก.ค. 2555 เวลา 09:34 น.
ยันไม่กระทบนโยบายปันผลบล.แนะจับตาบจ.แห่เพิ่มทุน

ปตท.อัดเงิน 6 หมื่นล้านบาท ซื้อหุ้น สผ. ด้านบิ๊กตลาดทุน สั่งจับตา 2-3 ปี จากนี้จะเห็น บจ.ในตลาดดาหน้าเพิ่มทุนตามรอย PTTEP

นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า ปตท.มีสภาพคล่องเพียงพอในการเข้าไปสนับสนุนและซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และการเพิ่มทุนของ PTTEP ครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปใช้ในการลงทุนและเพิ่มสำรองปิโตรเลียมเพื่อความมั่นคงและความแข็งแกร่งของกิจการ ซึ่งยังถือว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีด้วย

“การตามซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ สผ.นั้น จะไม่กระทบกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทแต่อย่างใด เพราะมันเป็นคนละส่วนกัน ซึ่งบริษัทยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ” นายสุรงค์ กล่าว

นักวิเคราะห์ เปิดเผยว่า การประกาศเพิ่มทุนของ PTTEP ด้วยการออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 650 ล้านหุ้น และจะขายให้กับ ปตท.ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 403 ล้านหุ้น เพื่อรักษาสิทธิการถือหุ้นในสัดส่วน 65.29% ซึ่ง ปตท.จะต้องใส่เงินเพื่อตามใช้สิทธิครั้งนี้ประมาณ 6.64 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการคำนวณราคาปิดของวันที่ 20 ก.ค. ซึ่งหุ้น PTTEP ปิด 165.50 บาท อย่างไรก็ตามการขายหุ้นของ PTTEP ครั้งนี้จะพิจารณาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์จากนักลงทุนสถาบัน (Book Building) ซึ่งอาจทำให้ราคาเสนอขายเปลี่ยนแปลงไปจากราคาปิด

 

ทั้งนี้ ในงบกระแสเงินสด ณ สิ้นงวดไตรมาสแรกปี 2555 ปตท. มีกระแสเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 1.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1.05 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ช่วงที่ผ่านมา ปตท. ได้ออกหุ้นกู้วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งนำมาใช้คืนหนี้และในการลงทุน

ด้านผู้บริหารโบรกเกอร์ กล่าวว่า ภายใน 2-3 ปีนับจากนี้ จะเห็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา บจ.ไม่ได้เพิ่มทุนมานานแล้ว และส่วนใหญ่จะใช้ช่องทางในการเข้าถึงทุนด้วยการกู้เงินจากสถาบันการเงิน การระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ ซึ่งดำเนินการจนถึงระดับที่อัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่จะทำให้เกิดการเพิ่มทุนมากขึ้นหลังจากนี้

“สิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นคือการเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การเพิ่มทุนด้วยการขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม เพราะเป็นเหตุที่จะทำให้ตลาดทุนไทยยังไม่มีการพัฒนาเต็มที่” นักวิเคราะห์ กล่าว

ด้าน บล.กรุงศรี คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2555 ของ PTTEP ที่ 14,430 ล้านบาท ลดลง -21% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยผลประกอบการที่ชะลอตัวลงจากไตรมาสแรกปีนี้เป็นผลจากการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตามการอ่อนค่าของเงินเหรียญแคนาดาจำนวน 626 ล้านบาท และการบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจากการคำนวณค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นตามการอ่อนค่าของเงินบาทจำนวน 1,721 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานปกติฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษี 26,366 ล้านบาท เพราะแม้มีการบันทึกค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายหลุมแห้งราว 650 ล้านบาท แต่ได้แรงหนุนจากการปรับราคาขายก๊าซและปริมาณขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น

บทความแนะนำ