‘เอ็นอีพี’นับวันปันผล

  • วันที่ 09 เม.ย. 2555 เวลา 07:21 น.

‘เอ็นอีพี’นับวันปันผล

ปรับธุรกิจรีบล้างขาดทุนเก่าเล็งระดมทุนขายหุ้นพันธมิตร

NEP อยากจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้น ปรับกลยุทธ์จ้างผลิตสินค้าดันยอดขายเพิ่มสู้ค่าจ้าง เจาะสินค้าพรีเมียมมาร์จินดีหนุนกำไรเพิ่ม

พล.อ. อัครเดช ศศิประภา ประธานกรรมการ บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม (NEP) ได้กล่าวกับผู้ถือหุ้นกลางที่ประชุมสามัญประจำปี 2555 เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทได้ทำให้ขาดทุนสะสมของบริษัทลดลงมาโดยตลอด และจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้

นายเสกสิทธิ์ เจริญเศรษฐศิลป์ กรรมการผู้จัดการ NEP กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทขาดทุนสะสมจำนวน 700 ล้านบาท คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานในการแก้ปัญหา เนื่องจากขาดทุนสะสมจำนวนนี้เกิดจากผลประกอบการจำนวน 400 ล้านบาท และส่วนที่เหลือเกิดจากส่วนต่ำของมูลค่าหุ้นของบริษัท นวนคร (NNCL) หากในอนาคตนวนครมีส่วนเกินมูลค่าหุ้นได้ก็จะมีส่วนช่วยให้ผลขาดทุนสะสมลดลง ประกอบกับหากบริษัทสามารถผลักดันให้ NEP มีการขยายตัวที่ดี ย่อมทำให้การล้างขาดทุนสะสมหมดได้ในไม่ช้า

 

ปัจจุบัน NEP ได้ปรับกลยุทธ์ในส่วนของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ใหม่ โดยวางตำแหน่งให้เป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์ นอกเหนือจากการเป็นเพียงผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว โดยจะว่าจ้างพันธมิตรที่มีอยู่ 45 ราย ให้เป็นผู้ผลิตสินค้าบางประเภท เพื่อบริษัทจะได้มีสินค้าบริการหลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ขณะที่บริษัทยังคงการผลิตเดิมที่ระดับ 180 ตันต่อปี แนวทางนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิต โดยเฉพาะต้นทุนด้านแรงงานในภาวะค่าจ้างขั้นต่ำจะปรับเพิ่มขึ้น 300 บาท นอกจากนี้บริษัทจะย้ายไปยังโรงงานใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น

นายเสกสิทธิ์ กล่าวว่า ผลจากการปรับวิธีการทำธุรกิจใหม่คาดว่าจะทำให้ยอดขายของบริษัทตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัว หรือเพิ่มเป็น 30 ล้านบาท จาก 15 ล้านบาทต่อเดือนในปัจจุบัน จะทำให้ทั้งปีมียอดขายจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ประมาณ 300 ล้านบาท จากระดับ 200 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีคุณภาพให้เป็น 25% ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 50% เนื่องจากสินค้ากลุ่มนี้มีส่วนต่างกำไร (มาร์จิน) ระดับสูงถึง 30% เทียบกับการผลิตกระสอบธรรมดายังมีผลขาดทุนอยู่ ผลของการเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวและการว่าจ้างพันธมิตรในการเป็นผู้ผลิต คาดว่าจะทำให้อัตรากำไรสุทธิของบริษัทในปีนี้จะเพิ่มเป็น 5%

“ขณะนี้ฐานะการเงินของบริษัทค่อนข้างดี โดยมีหนี้ในระดับต่ำทำให้ NEP สามารถใช้ตลาดเงินหรือตลาดทุนเป็นแหล่งในการระดมทุน เพื่อเพิ่มความสามารถในการขยายกิจการ เพื่อสร้างผลกำไรที่ดีและมาล้างขาดทุนสะสม ในแง่ของตลาดทุนนั้นพบว่า ปัจจุบันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ต แคป) ของบริษัทอยู่ในระดับต่ำสามารถขยายได้เพิ่มกว่านี้ด้วยการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อหาพันธมิตรเข้ามาถือหุ้น เพราะว่าบริษัทต้องการเทคโนโลยีเพื่อช่วยพัฒนาสินค้า” นายเสกสิทธิ์ กล่าว

ผลการดำเนินงานในปี 2554 บริษัทพลิกมีกำไรสุทธิ 3.88 บาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 38.22 บาท ในปี 2553 ด้านราคาหุ้น NEP อยู่ที่ 0.67 บาท

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายแห่งแนะนำให้ “ซื้อ” หุ้น NEP เนื่องจากบริษัท นวนคร ที่ NEP ถืออยู่จำนวน 23.76% จะมีผลการดำเนินงานดีขึ้นมากหลังจากประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ และได้เคลมประกันความเสียหายน้ำท่วมมากกว่า 200 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับเงินประกันคืนทั้งหมดในไตรมาส 2

ปัจจุบันมีลูกค้ามาซื้อที่ดินจำนวนมากขึ้นและเชื่อว่าบีโอไอยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปีในนิคมนวนคร จ.ปทุมธานี จะสนับสนุนลูกค้าเก่าใหม่ขยายการลงทุนมากขึ้น

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ