แห่ขายหุ้นกู้หนีรีดค่าต๋ง

วันที่ 02 ก.พ. 2555 เวลา 11:05 น.
ธนาคารพาณิชย์-ผู้ประกอบการแห่ออกหุ้นกู้ หนีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมเงินฝากสูงขึ้น

นายบัณฑิต นิจถาวร ประธานคณะกรรมการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดตราสารหนี้ปีนี้คาดว่าจะมีการขยายตัวที่ดี เกิดจาก 4 ปัจจัย คือ 1.เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวถูกขับเคลื่อนด้วยการใช้จ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้มูลค่าการระดมทุนสูงขึ้น โดยภาครัฐจะมีการใช้เงินชดเชยการขาดดุลงบประมาณประจำปี 5 แสนล้านบาท และอีก 3 แสนล้านบาทเพื่อใช้ในการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งคาดว่าภาครัฐน่าจะใช้ตลาดตราสารหนี้เป็นแหล่งในการระดมทุน

2.ดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับตัวลงสนับสนุนให้เกิดการระดมทุน 3.แนวโน้มเงินทุนต่างชาติน่าจะไหลเข้าลงทุนตราสารหนี้ไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หากปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรปสามารถคลี่คลายได้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้

ปัจจัยสุดท้าย กรณีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ทางการเงิน 4 ฉบับ จะทำให้ต้นทุนของธนาคารพาณิชย์สูงขึ้น หากต้องส่งค่าธรรมเนียมเงินฝากเพิ่มขึ้นและส่งผ่านต้นทุนเหล่านี้ไปยังลูกค้า จะทำให้ต้นทุนในการกู้เงินกับธนาคารพาณิชย์สูงขึ้น และประเมินว่าอาจเป็นผลให้ผู้ประกอบการหันมาพึ่งตลาดตราสารหนี้ในการระดมทุนมากขึ้น

"3 ปัจจัยแรกจะหนุนให้ตลาดหุ้นกู้มีการขยายตัวต่อเนื่อง แต่กรณี พ.ร.ก. 4 ฉบับนี้ คงต้องติดตาม เพราะขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจะออกมาเป็นอย่างไร"นายบัณฑิต กล่าว

ด้านนายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA กล่าวเสริมว่า ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการเท่านั้นที่จะหันมาพึ่งตลาดตราสารหนี้ในการระดมทุน เพราะมีต้นทุนต่ำกว่า

ในแง่ของธนาคารพาณิชย์ได้เริ่มหันมาใช้ตลาดหุ้นกู้เช่นกัน โดยในเดือน ม.ค.นี้ พบว่า ทางธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ออกหุ้นกู้ 2 หมื่นล้านบาท อายุ 10 ปี ดอกเบี้ย 4.6% และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) 2 หมื่นล้านบาทเช่นกัน

สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นการเตรียมความพร้อม หากเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวจะทำให้มีความต้องการกู้ยืมเงินมากขึ้น และเหตุผลสำคัญ คือ ตั๋วบี/อีซึ่งเคยเป็นแหล่งระดมทุนของธนาคารพาณิชย์ เข้าข่ายถูกนับรวมจ่ายค่าธรรมเนียมด้วย ทำให้ต้นทุนในการออกตั๋วบี/อีสูงขึ้น จึงหันมาเริ่มให้ความสนใจในการออกหุ้นกู้แทนตั๋วบี/อี ซึ่งมีข้อจำกัดมากขึ้น

เท่าที่ได้มีการสำรวจความต้องการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนปีนี้ มีจำนวน 2.5-3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมามีจำนวน 2.12 แสนล้านบาท และเชื่อว่าสภาพคล่องในระบบสูงยังเพียงพอรองรับได้

ล่าสุด บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จัดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ระดับ “F1+(tha)” แก่โครงการหุ้นกู้ระยะสั้นของธนาคารกรุงไทย มูลค่าไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาท อายุไม่เกิน 270 วัน