เปิดโพยหุ้นคำนวณSET50

  • วันที่ 23 พ.ย. 2554 เวลา 06:09 น.

BJCศุภาลัยเฮราคาจ่อพุ่ง7%ดัชนีบวก12จุด

โบรกเกอร์คาด BJC-SPALI-TPC จ่อเข้า SET 50 สถิติชี้ชัดราคาพุ่ง 7.3% ส่วน SSI-KK-TTW ถูกคัดออก ราคาวูบ 4%

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า นักวิเคราะห์เชิงปริมาณของบริษัทได้ทำการศึกษาเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่าในรอบถัดไปหุ้นที่จะถูกนำจะเข้าคำนวณดัชนี SET 50 มี 3 บริษัท คือ บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) บริษัท ศุภาลัย (SPALI) และบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ (TPC) โดยจะเข้ามาแทนที่หุ้นบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) ธนาคารเกียรตินาคิน (KK) และบริษัท น้ำประปาไทย (TTW) ที่คาดว่าจะถูกคัดออก

สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะถูกนำเข้ามาคำนวณดัชนี SET 100 มี 5 บริษัท คือ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHBANK) บริษัท เอสซี แอสเสทคอร์ปอเรชั่น (SC) บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) บริษัทกันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) และบริษัท น้ำตาลครบุรี (KBS) โดยจะเข้ามาแทนบริษัท วนชัย กรุ๊ป (VNG) บล.เคจีไอ(KGI) บล.กิมเอ็ง (KEST) บริษัท ทุนภัทร (PHATRA) บริษัท กุลธรเคอร์บี้ (KKC) บริษัท ผาแดงอินดัสทรี (PDI) และบริษัท อาร์ ซี แอล (RCL) ที่น่าจะถูกคัดออก

“ตามเกณฑ์คัดเลือกหุ้นเข้า-ออก SET 50 และ SET 100 ตลาดจะปรับปรุงทุก 6 เดือน โดยรอบถัดไปคือ เดือน ม.ค.-มิ.ย. 2555 แต่จะใช้ข้อมูลย้อนระหว่างเดือน ธ.ค. 2553-พ.ย. 2554 ในการประมวล และคาดว่ารอบนี้ตลาดจะประกาศรายชื่อล่วงหน้าในวันที่ 16 ธ.ค.นี้”

นอกจากนี้ จากการศึกษาสถิติในอดีตพบว่าการเคลื่อนไหวของหุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้าหรือออกจากการคำนวณ SET 50 และ SET 100 สามารถกำหนดเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ดีทางหนึ่ง โดยเฉพาะหุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้า SET 50 คาดว่าจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 7.3% เมื่อซื้อก่อนที่จะมีการนำเข้าไปคำนวณประมาณ 1 เดือน ด้วยความน่าจะเป็นสูงถึง 96% ขณะที่หุ้นถูกคัดเลือกเข้า SET 100 จะให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่าคือเพียง 2.6% และควรจะซื้อล่วงหน้า 2-4 สัปดาห์ ก่อนที่จะถูกนำไปคำนวณ ด้วยความน่าจะเป็นราว 70% ซึ่งสวนทางกับหุ้นที่ถูกคัดออกที่พบว่ามักจะปรับตัวลดลงล่วงหน้าเฉลี่ย 4% โดยเฉพาะหุ้นที่จะถูกคัดออกจาก SET 50 ส่วนหุ้นที่ถูกคัดออกจาก SET 100 ราคาไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากข้อมูลพื้นฐานฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อเพียง BJC SPALI TPC และ SC

ด้านดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 พ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางของตลาดหุ้นยุโรป หลังหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะเข้าซื้อพันธบัตรในตลาดรอง เพื่อควบคุมผลตอบแทนของพันธบัตรยุโรป ขณะที่มูดี้ส์และเอสแอนด์พีออกมายืนยันว่าจะไม่ลดอันดับเครดิตของสหรัฐ ส่งผลดัชนีปิดที่ 977.36 จุด เพิ่มขึ้น 12.29 จุด มูลค่าซื้อขาย 18,948 ล้านบาท ต่างชาติขาย 934.44 ล้านบาท สถาบันขาย 6.21 ล้านบาท บัญชีโบรกเกอร์ขาย 281.18 ล้านบาท และรายย่อยซื้อ 1,222 ล้านบาท

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ