หุ้นโลกดีไม่จริง

  • วันที่ 16 ก.ย. 2554 เวลา 07:20 น.

สะกิดนักลงทุนอย่าเพิ่งรีบซื้อยุโรปกดค่าบาทอ่อน-ทองลง

หุ้นทั่วโลกสดใสรับยุโรปช่วยปลดล็อกกรีซ เตือนอย่าเพิ่งเข้าซื้อหุ้น วิกฤตยุโรปทำเงินบาทอ่อน ทองไม่ถึง 2,000 เหรียญสหรัฐ

ตลาดหุ้นทั่วโลกทะยานขึ้นแรงหลังจากผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสออกมาให้สัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือประเทศกรีซอย่างเต็มที่และยังคงให้กรีซอยู่ในกลุ่มอียูต่อไป ซึ่งสามารถปลดล็อกจะผิดนัดชำระหนี้ได้ทันการณ์ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปิดที่จุดสูงสุดของวันที่ 1,036.21 จุด เพิ่มขึ้น 13.25 จุด คิดเป็น 1.30% แต่มูลค่าการซื้อขายบางตาเพียง 21,596 ล้านบาท

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นน้อยลงเพียง 939 ล้านบาท และขายตราสารหนี้ขายมากถึง 4,709 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนกลุ่มอื่นยังไม่กล้าลุย สิ้นวันซื้อหุ้นเพียงเล็กน้อย

นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถือว่าเป็นไปตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ดีดตัวขึ้น หลังการหารือของผู้นำในประเทศยุโรปมีมติที่จะให้กรีซอยู่ในยูโรโซนต่อไป และขณะเดียวกันประเทศจีนก็ประกาศที่จะลงทุนในพันธบัตรของประเทศที่มีปัญหา จึงทำให้นักลงทุนคลายความกังวลลงและทำให้ดัชนีของตลาดหุ้นต่างๆ ดีดตัวขึ้น

“ตอนนี้ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นยุโรป ซึ่งวันที่ 15 ก.ย. ตลาดหุ้นยุโรปบวกอยู่กว่า 1%” นายพิชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม แรงซื้อหุ้นกลับเข้ามากระจายในทุกกลุ่ม เพราะก่อนหน้าราคาหุ้นลดลงแรงและเร็ว ซึ่งเมื่อมีข่าวบวกจึงทำให้มีแรงซื้อกลับ

สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นยังไม่แนะนำให้เข้าตลาดตอนนี้แต่ให้รอไปก่อน เพราะเชื่อว่าดัชนียังมีความเสี่ยงที่จะลดลงมาอีกจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกและหนี้ยุโรป

ด้านหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวขึ้นแรง ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายหนาตา ส่วนหนึ่งเกิดจากราคาตกลงไปลึกและคาดว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายซื้อรถยนต์คันแรก

ด้าน เมอร์ริล ลินซ์ คาดว่าโครงการนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดสินเชื่อรถยนต์ได้ราว 36% จากมูลค่าตลาดราว 8.5 แสนล้านบาท

สำหรับบริษัทที่ได้ประโยชน์คือ คนที่ทำธุรกิจเช่าซื้อ เช่น บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) ธนาคารกรุงศรี อยุธยา (BAY) บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารเกียรตินาคิน (KK) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เรียงลำดับตามส่วนครองตลาดของธุรกิจเช่าซื้อ

ศูนย์วิจัยธนาคารไทยพาณิชย์คาดว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าในช่วงที่ปัญหาในยุโรปรุนแรงขึ้น ความเสี่ยงภาคการเงินในยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้เงินทุนไหลกลับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้เงินสกุลอื่นๆ รวมทั้งไทยอ่อนค่าลงเทียบกับเหรียญสหรัฐ

ด้านนายสุวรรณ วลัยเสถียร ประธานชมรมคนออมเงินและประธานกิตติมศักดิ์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ เปิดเผยว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้คงเห็นราคาทองคำขึ้นถึง 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ยาก

“ช่วงนี้นักลงทุนไม่ควรซื้อหรือขายทองคำเพราะราคาผันผวนมาก คาดว่าจะใช้เวลาในการปรับฐาน 1 เดือน เหลือ 1,700 เหรียญสหรัฐ ส่วนนักลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์สก็ควรหาจุดเพื่อขายตัดขาดทุนไว้บ้าง” นายสุวรรณ กล่าว  

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ