บัวหลวงเปิดกองทุนอีทีเอฟทองคำในประเทศ

วันที่ 27 ก.ค. 2554 เวลา 17:37 น.
บลจ.บัวหลวง ชิงตัดหน้าเปิดตัวกองทุนอีทีเอฟทองคำในประเทศ จับทองเยาวราชเข้าตลาดหุ้น  

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง เปิดตัวกองทุนเปิดบัวหลวงเชโกล์ดอีทีเอฟ (BCHAY) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟทองคำ ที่ลงทุนทองคำแท่งในประเทศโดยตรง และสามารถซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการยื่นขอจัดตั้งกองทุนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แต่คาดว่า จะสามารถจัดตั้งและเสนอขายกับนักลงทุนภายเดือน ก.ย. นี้

นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า กองทุน BCHAY แตกต่างจากกองทุนทองคำที่มีอยู่ในปัจจุบัน เนื่องส่วนใหญ่เป็นกองทุนที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนในต่างประเทศ ขณะที่กองทุน BCHAY จะลงทุนและถือครองทองคำแท่งในประเทศ ที่มีความบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 96.5%

"อีทีเอฟทองคำในประเทศ จะรู้ราคาทันที และซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่า จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่มีความคุ้นเคยกับมาตรฐานทองคำจากร้านทองในประเทศ นอกจากนี้ กองทุนนี้พยายามจะทำให้นักลงทุนมีต้นทุนต่ำที่สุด"นายวศิน กล่าว

ทั้งนี้ กองทุนบัวหลวงเชโกล์ดอีทีเอฟ ร่วมมือกับผู้ค้าทองรายใหญ่ของประเทศ 4 ราย ได้แก่ บริษัท ห้างขายทองจินฮั้วเฮง, บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัซ, บริษัท ออสสิริส, และบริษัท วาย แอล จี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล โดยผู้ค้าทองจะทำหน้าที่ผู้ดูแลสภาพคล่องและผู้ร่วมค้าหน่วย

นายบุญเลิศ สิริภัทรวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออสสิริส กล่าวว่า การลงุทนทองคำในช่วงนี้ต้องจับตาแนวทางการแก้ปัญหาการขาดดุลของสหรัฐอเมริกา ที่หากมีการประกาศมาตรการในการแก้ปัญหาที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจอเมริกาจะทำให้ราคาทองปรับลดลงได้ถึง 100 เหรียญสหรัฐฯ แต่จะมีแนวรับที่ 1,480 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

“นักลงทุนที่ยังไม่ได้ลงทุนทองคำให้รอดูสถานการณ์ไปก่อน แต่หากมีอยู่ควรจะขายทำกำไรออกไปก่อน” นายบุญเลิศ กล่าว

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท วาย แอล จี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า หากสหรัฐอเมริกาขยายเพดานหนี้สาธาณะ จะเป็นจังหวะในการเข้าซื้อทองคำ เพราะเชื่อว่า ราคาจะปรับลดลงในช่วงสั้นๆ เท่านั้น