ตลาดเงินสะท้านตลาดทุนสะเทือน

  • วันที่ 05 มิ.ย. 2554 เวลา 12:14 น.

แวดวงการเงินในรอบสัปดาห์นี้ ประชาชนยังมุ่งความสนใจไปที่การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย           คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น0.25% จาก 2.75% เพิ่มเป็น 3% เนื่องจากกังวลต่อการปรับสูงขึ้นของเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างรวดเร็วกว่าที่คาดไว้ และราคาน้ำมัน รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ปรับสูงขึ้น           ด้านธนาคารพาณิชย์เอกชนและธนาคารเฉพาะกิจของรัฐบาล รับลูกนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)           โดยธนาคารกรุงไทยนำร่องขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากทุกประเภท 0.125-0.25% และปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทอีก 0.125%นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าวว่า ธนาคารจะปรับดอกเบี้ยขึ้นตาม ธปท.ทันที ทั้งในส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก แต่จะประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากก่อน เพราะธนาคารต้องส่งเสริมให้เกิดการออม          ด้านนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)กล่าวว่า ถ้า กนง.ปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีกธนาคารต้องพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้น เพราะครั้งที่ผ่านมา ธอส.ไม่ได้มีการปรับดอกเบี้ยขึ้นตาม          ขณะที่ตลาดเช่าซื้อรถยนต์ หรือลีสซิง เริ่มพาเหรดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว โดยนายโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทราชธานีลิสซิ่ง (THANI) กล่าวว่า ในเดือน มิ.ย.นี้ บริษัทจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้ออีก 0.25% ตามต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นมาก โดยนับจากสิ้นปี 2553 จนถึงปัจจุบันต้นทุนทางการเงินของบริษัทได้ขยับขึ้นมาแล้วประมาณ 10% จึงต้องปรับให้สอดคล้องกับตลาด           ปัจจุบันบริษัทคิดดอกเบี้ยเช่าซื้อในส่วนรถบรรทุกป้ายแดงที่ 4.5% รถบรรทุกใช้แล้ว6% รถยนต์ป้ายแดง 2.5% รถยนต์มือสอง3.5% ขึ้นไป โดยรถยนต์มือสองจะมีการบวกเพิ่มขึ้นตามปีของรถ โดยบวก 1% ขึ้นไป          นอกจากนั้น ภาวะที่ดอกเบี้ยของไทยอยู่ในขาขึ้น บวกกับอัตราดอกเบี้ยผลตอบแทนพันธบัตรของไทยสูง กลายเป็นปัจจัยจัยดึงดูดเงินทุนเคลื่อนย้ายจากต่างประเทศไหลเข้ามาในไทยต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเงินบาทไทยผันผวน นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท.ต้องเพิ่มช่องทางในการดูแลบริหารค่าเงินบาท ด้วยการเปิดให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทำธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนได้ คาดว่าจะทดลองนำร่องได้ภายในปีนี้          สำหรับโครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตที่ได้รับความสนใจค่อนข้างมาก โดยมีผู้มายื่นขอกู้แก้หนี้บัตรเครดิตแล้ว 8,400 คน ซึ่งผู้สนใจต้องเป็นลูกหนี้ที่ดี ไม่ผิดนัดชำระหนี้          นายประสิทธิ์ อำภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่ายธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารมีความพร้อมที่จะให้สินเชื่อบุคคลแล้ว จะให้กู้ต่อรายสูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท คิดดอกเบี้ย10% ถูกกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่คิด 20%และจะจัดแพ็กเกจสำหรับลูกหนี้ที่มีวินัยที่ผ่อนชำระตรงเวลาใน 1 ปี ลดอัตราดอกเบี้ยลงให้อีก 0.5% ในปีที่ 2 และลดอีก 1% ในปีที่ 3 เมื่อชำระหนี้หมดมีสิทธิกู้สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏและสินเชื่ออเนกประสงค์ โดยลดดอกเบี้ยให้ 3.5%          เรื่องที่น่าเซอร์ไพรส์สำหรับแวดวงการเงินเมื่อ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ขายที่ดินติดถนนวิภาวดีรังสิต พื้นที่กว่า 616 ไร่หรือโรงงานไทยเมลอนเก่า มูลค่า 3,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาตามตลาดที่เจ้าหนี้ที่มีกรรมสิทธิ์รวม 4 ราย คือ บสท. ธนาคารกรุงเทพ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท และธนาคารไทยพาณิชย์ ให้กับนายธรรมนัสพรหมเผ่า หรือ ร.อ.มนัส หรือผู้กองตุ๋ยซึ่งเคยถูกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบพบกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลมีการเคลื่อนไหวในการทำธุรกรรมทางการเงินผิดปกติในช่วงวิกฤตการเมือง เดือน พ.ค. 2553 หรือท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดง           ขณะที่นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการพิจารณากรอบแนวทางประกันภัยพืชผลอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ ซึ่งมีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เร่งโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปี 2554 เป็นเงินจำนวน 3,989 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มรับประกันภัยจากเกษตรกรได้ตั้งแต่เดือน ก.ค.นี้เป็นต้นไป โดยเกษตรกรชำระเบี้ยประกันภัยไม่เกิน 60 บาทต่อไร่ โดยมีภาครัฐและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัยในส่วนที่เหลือ เพื่อให้ได้ความคุ้มครองสำหรับเกษตรกรครอบคลุมทุกภัย ยกเว้นภัยโรคระบาดและแมลงศัตรูพืช เป็นจำนวนสูงสุด1,400 บาทต่อไร่          ด้าน ตลาดหุ้นที่เกิดกรณีความขัดแย้งของ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์(TTA)ที่มีชื่อนายวิจิตร สุพินิจประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)เข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ส่งผลให้พนักงาน ก.ล.ต.กว่า200 คน รวมตัวในช่วงเที่ยงของวันที่ 3 มิ.ย. เพื่อขับไล่นายวิจิตร เพราะมองว่าไม่เหมาะสม จนในที่สุดนายวิจิตรได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง มีผลเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา นับเป็นประธานคนแรกที่ถูกม็อบพนักงานขับไล่          ขณะที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้จัดประชุมเพื่อวางกฎเกณฑ์ป้องกันกรรมการไปหาผลประโยชน์จากตลาดทุน โดย 1.อาจต้องปรับแนวทางธรรมาภิบาลและจรรยาบรรณให้เป็นแนวปฏิบัติชัดเจนขึ้นหรือไม่ และ 2.ต้องมีข้อกำหนดห้ามไม่ให้กรรมการรับตำแหน่งในกิจการที่เกี่ยวกับตลาดทุนหรือไม่          สำหรับผลการซื้อขายหุ้น TTA ในช่วงที่ผ่านมา แหล่งข่าวจากตลาดทุนเปิดเผยว่า ไม่พบการซื้อขายที่ผิดปกติ ส่วนนายบี เตชะอุบลที่มีรายชื่อในกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ที่ถือหุ้น TTA สัดส่วน 30% นั้น ได้แถลงข่าวปฏิเสธว่าไม่ได้มีหุ้นดังกล่าว โดยเพิ่งเข้าไปซื้อหุ้น 100 หุ้นเพื่อไปร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเท่านั้น โดยเป็นเพียงตัวกลางนัดให้กองทุนแอตลาสโฮลดิ้ง และนักลงทุนรายย่อยเข้าพบผู้บริหารTTA เนื่องจากไม่พอใจการบริหารงานของม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต           ด้านดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลงจากความกังวลหนี้ของประเทศกรีซ และตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแรงของสหรัฐ โดยดัชนีปิดเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ระดับ1,057.86 จุด ลดลง 0.86% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 10.90% มาอยู่ที่ 23,604.01 ล้านบาท           โดยทั้งสัปดาห์ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 4,514.97 ล้านบาท สถาบันในประเทศขาย 2,538.19 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 5,815.60 ล้านบาท.

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ