คุมเข้มส่งออกน้ำตาล หวั่นกระทบผู้บริโภคในประเทศ

วันที่ 04 ก.พ. 2553 เวลา 17:46 น.
สอน.เตรียมหามาตรการคุมเข้มป้องกันผู้ส่งออกย้ายมาใช้น้ำตาลโควตา ก. แทนโควตา ค. เพื่อป้องกันน้ำตาลทรายในประเทศตึงตัว

 

นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า การที่ผู้ส่งออกที่ขอใช้น้ำตาลโควตา ค.(น้ำตาลเพื่อการส่งออก) หันมาขอใช้น้ำตาลโควตา ก.(น้ำตาลเพื่อใช้บริโภคในประเทศ) แทน เนื่องจากราคาน้ำตาลตลาดโลกอยู่ในระดับสูง ทางสอน. จะหามาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อป้องกันการย้ายมาใช้โควตา ก. เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำตาลที่ใช้บริโภคในประเทศได้

“ปริมาณการขอใช้น้ำตาลโควตา ค. โดยปกติจะมีผู้ส่งออกมาขอใช้ปริมาณ 3 แสนตัน แต่ตอนนี้มีผู้ยื่นขอใช้เพียง 2.4 แสนตัน คิดเป็น 67% ของปริมาณทั้งหมด และส่วนหนึ่งหันมาขอใช้โควตา ก.แทน เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ” นายประเสริฐ กล่าว

สำหรับมาตรการป้องกันการขอย้ายโควตา เดิมจะใช้วิธีการตัดสิทธิ์การขอใช้น้ำตาล 1 ปี โดยผู้ส่งออกต้องใช้น้ำตาลตามปริมาณที่ขอใช้ไม่ต่ำกว่า 70% หากใช้ต่ำกว่าส่วนต่างดังกล่าวก็จะถูกนำไปตัดโควตาในปีต่อไป ส่วนการที่กระทรวงพาณิชย์เสนอให้ตัดสิทธิเป็นระยะเวลา 3 ปีนั้น จะต้องนำไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายในวันที่ 22 ก.พ. 2553 ต่อไป

นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาน้ำตาลตึงตัวที่เกิดขึ้นในขณะนี้น่าจะเกิดจากการลักลอบส่งออกน้ำตาลทรายโควตา ก.มากกว่า แต่จากการตรวจสอบในขณะนี้ยังไม่พบการลักลอบส่งออก ซึ่งทางสอน.จะเตรียมประชุมคณะทำงานปราบปรามการลักลอบส่งออกน้ำตาลในกลางเดือน ก.พ.นี้ เพื่อหามาตรการป้องกัน โดยปัจจุบันได้ปิดด่านไม่ให้มีการขนน้ำตาลผ่านจำนวน 6 ด่าน คือ ด่านแม่สาย ด่านเชียงของ ด่านนครพนม ด่านช่องจอม ด่านช่องผักกาดและด่านซับตารี แต่หากพบว่ามีการลักลอบก็จะขอความร่วมมือกรมศุลกากรปิดด่านไม่ให้น้ำตาลผ่านมากขึ้น