สรรพสามิตเตรียมขึ้นภาษีเหล้า

  • วันที่ 25 ม.ค. 2553 เวลา 12:54 น.

 สรรพสามิตเตรียมขึ้นภาษีเหล้าตามดีกรี ส่วนมาตรการภาษีส่งเสริมรถยนต์อีโคคาร์-ไฮบริด คาดสรุปภายในเดือนม.ค. ก่อนชงเข้าครม. หนุนใช้พลังงานทดแทน นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า หลังจากภาวะเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง จึงได้ตั้งเป้าหมายจัดเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2553 ไว้ที่ 360,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีงบประมาณ 2552 ซึ่งจัดเก็บได้ 290,000 ล้านบาท นายอารีพงศ์กล่าวว่า กระทรวงการคลังไม่มีนโยบายปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตประเภทต่าง ๆ ในช่วงนี้  เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการฟื้นฟูกิจการจากปัญหาวิกฤติในช่วงที่ผ่านมา แต่มีภาษีสรรพสามิตบางรายการที่ต้องปรับขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ด้านสุขภาพของประชาชน เหมือนกับสหภาพยุโรป (อียู) ด้วยการจัดเก็บภาษีสุรา เบียร์ ที่มีดีกรีสูงในอัตราเพิ่มขึ้น หากเครื่องดื่มประเภทใดดีกรีต่ำจะเก็บภาษี ถูก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางสุขภาพ "ผมยอมรับว่าอาจทำให้สุราที่มีดีกรีสูง ราคาปรับขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งจะทำให้มีผู้ดื่มสุราดีกรีสูงน้อยลง หันมาดื่มสุราที่มีดีกรีต่ำลง ซึ่งหลายประเทศจะใช้แนวทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการ บังคับการดื่มสุราในทางอ้อม"อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าว นายอารีพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็งและสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น  หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจมอบหมายให้กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม ศึกษาการใช้มาตรการภาษีส่งเสริมผู้ประกอบการ ผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์พลังงานทดแทนทั้ง E85 E 20 รถยนต์อีโคคาร์  รถยนต์ไฮบริด โดยพิจารณาลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์และภาษีในด้านต่าง ๆ ส่งเสริมผู้ประกอบการเหมือนกับเอ็นจีวี ทั้งนี้ คาดว่าแนวทางในการปรับเปลี่ยนภาษีดึงดูดให้ทั้งภาคเอกชนและประชาชนมาใช้พลังงานทดแทนมากขึ้นจะได้ข้อสรุปประมาณสิ้นเดือนนี้ จากนั้นจะเสนอที่ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา และการลดภาษีเพื่อสนับสนุนพลังงานทดแทนไม่กระทบต่อฐานะทางการคลังเพราะลดภาษีสัดส่วนที่ไม่มากเท่าใดนัก ขณะเดียวกัน เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการส่งออกให้มีภาระต้นทุนลดลงและสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้  จึงเสนอกระทรวงการคลังพิจารณายกเว้นการจัดเก็บภาษีแบตเตอรี่  เนื่องจากแบตเตอรี่เป็นวัตถุดิบในสินค้าต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ นาฬิกา  ตุ๊กตา และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภท  โดยแบตเตอรี่เป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตด้วย  ปัจจุบันจัดเก็บในอัตรา 10%  การยกเว้นภาษีดังกล่าวกระทบรายได้ไม่มากนัก  เพราะรายได้ภาษีจากแบตเตอรี่อยู่ประมาณปีละ 1,400 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นภาษีจากแบตเตอรี่รถยนต์มากที่สุด  หากยกเว้นภาษีจะทำให้ส่งออกสินค้าที่ใช้แบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบไปยังต่างประเทศได้มากขึ้น  และจะทำให้จัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลมากขึ้นอีกทางหนึ่ง อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวอีกว่า กรมสรรพสามิตยังเตรียมยกเลิกจัดเก็บภาษีแก้วคริสตัล ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เนื่องจากการผลิตดังกล่าวส่วนใหญ่มุ่งเพื่อการส่งออกและการยกเว้นภาษีจะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ส่งออกมากขึ้น โดยภาษีที่จัดเก็บได้จากแก้วคริสตัลแค่ปีละ 70 ล้านบาทเท่านั้น

ข่าวอื่นๆ