logo-pwa

เพิ่ม Post Today

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
คลังแจง กยศ. คิดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับนักเรียนเป็นธรรม

คลังแจง กยศ. คิดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับนักเรียนเป็นธรรม

16 มิถุนายน 2565

คลังแจง กยศ. คิดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับนักเรียนเป็นธรรม ไม่คิดเอาเปรียบ พร้อมช่วยเหลือเบาเทาความเดือนร้อนทุกทาง ให้การผ่อนชำระไม่มีปัญหา

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับตัวเลขการให้กู้ยืมเงิน ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับของกองทุน โดยระบุว่าเบี้ยปรับของกองทุนมีอัตราที่ค่อนข้างสูง กองทุนขอเรียนชี้แจงว่า กองทุนได้ให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศจำนวนกว่า 6 ล้านราย โดยกองทุนคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1% เท่านั้น

ส่วนเบี้ยปรับที่มีจำนวนมากนั้น ตัวเลขดังกล่าวเป็นจำนวนเบี้ยปรับค้างชำระ ซึ่งเกิดจากสาเหตุที่ผู้กู้ยืมผิดนัดค้างชำระหนี้เป็นเวลานาน ทำให้เกิดเบี้ยปรับสะสมจำนวนมาก

ทั้งนี้ หากผู้กู้รายใดถูกดำเนินคดี ศาลจะพิพากษาให้ชำระเบี้ยปรับในอัตรา 7.5% ต่อปี อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นมา กองทุนได้มีมาตรการลดหย่อน โดยลดอัตราการคิดเบี้ยปรับเหลือ 0.5% ต่อปี

สำหรับผู้กู้ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี ลดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเหลือ 0.01% ต่อปี สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างการชำระเงินคืนกองทุนและไม่เคยเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ ลดเงินต้น 5% สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ไม่เคยเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้และต้องการปิดบัญชีในคราวเดียว ลดเบี้ยปรับ 100%

สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกกลุ่มที่ชำระหนี้ปิดบัญชี ลดเบี้ยปรับ 80% สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) อีกทั้ง กองทุนได้มีมาตรการชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดี ชะลอการบังคับคดีไว้ เว้นแต่คดีที่จะใกล้ขาดอายุความ และงดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้กู้ยืมเงิน และ/หรือผู้ค้ำประกัน

ในปีการศึกษา 2565 กองทุนได้เตรียมเงินงบประมาณให้กู้ยืมจำนวน 38,000 ล้านบาท เพื่อรองรับนักเรียน นักศึกษาจำนวนกว่า 600,000 ราย ซึ่งเป็นวงเงินที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา และสามารถกู้ยืมได้โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ให้มีแหล่งทุนนำไปใช้เป็นค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายดำรงชีพ และพร้อมปล่อยกู้เพิ่มมากกว่านี้หากมีความต้องการมากขึ้น โดยจะใช้เงินสภาพคล่องของกองทุน ไม่เป็นภาระงบประมาณของรัฐบาล

ด้านนายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “ในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี ถือเป็นวันครบกำหนดชำระเงินคืนกองทุนของผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระเงินคืน โดยสามารถตรวจสอบยอดหนี้ได้ที่แอปพลิเคชัน กยศ. Connect หรือ https://wsa.dsl.studentloan.or.th และชำระเงินคืนผ่านโทรศัพท์มือถือได้ รวมถึงชำระผ่านช่องทางรับชำระทั่วประเทศ ได้แก่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส (ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น) ไปรษณีย์ไทย บิ๊กซี และธนาคารที่กองทุนกำหนด ซึ่งเงินที่ได้รับชำระคืนมาจะเป็นทุนหมุนเวียนให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือมีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินในแต่ละปีการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง กองทุนขอขอบคุณผู้กู้ยืมรุ่นพี่ทุกคนที่ร่วมชำระเงินคืนตามกำหนด รวมถึงหน่วยงานองค์กรนายจ้างภาครัฐและภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้อง โดยกองทุนจะเป็นหลักประกันของทุกครอบครัวว่าทุกคนที่เกิดในประเทศนี้จะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา