คลังเดินหน้าเก็บภาษีคริปโต คาดได้ข้อสรุปสิ้นเดือนนี้

วันที่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 21:40 น.
คลังเดินหน้าเก็บภาษีคริปโต คาดได้ข้อสรุปสิ้นเดือนนี้
รมว.คลัง ยืนยันอีกรอบเก็บภาษีคริปโต ไม่ใช่เรื่องใหม่เก็บมาหลายปีแล้ว คาดได้ข้อสรุปเก็บง่ายขึ้นสิ้นเดือนนี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวยืนยันว่าการจัดเก็บภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัล (ภาษีคริปโต) ไม่ได้เพิ่งริเริ่มในปีนี้ โดยมีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561 แล้ว แต่ที่ผ่านมาการซื้อขายในสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวยังมีไม่มาก และเพิ่งมาเติบโตอย่างชัดเจนในปี 2564 โดยปัจจุบันกรมสรรพากร สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการหารือถึงแนวทางในการปฏิบัติหรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในการจัดเก็บภาษีดังกล่าวเพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากบริบททางเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งในระยะต่อไปจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น

สำหรับ การจัดเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น จะดำเนินการใน 2 ส่วนคือ เก็บจากศูนย์การซื้อขาย และการระดมทุนผ่านไอซีโอ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ กรมสรรพากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ธปท. ก.ล.ต. และกระทรวงการคลังได้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย สมาคมการค้าดิจิทัลไทย และผู้ประกอบการต่าง ๆ เพื่อรวบรวมประเด็นปัญหาในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี และข้อเสนอแนะต่าง ๆ จากภาคเอกชน เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดแนวทางการคำนวณภาษีให้สอดคล้องกับกฎหมาย เป็นธรรมและไม่สร้างความยุ่งยากให้ผู้มีเงินได้

นายอาคม กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาในเรื่องการประชาสัมพันธ์กฎหมายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ทั่วถึง ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นภาษีใหม่ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เป็นภาษีที่มีการจัดเก็บมาตั้งแต่ปี 2561 แล้ว และในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้มีการหารือเรื่องนี้กันอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีข้อเสนอแนะดี ๆ เข้ามา โดยส่วนใหญ่อยากให้เป็นการส่งเสริม แนวนโยบายภาษีมี 2 แนวคือการส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมใด ๆ ผ่านการลดหย่อน ยกเว้น แต่จะมีระยะเวลาจำกัด กับแนวทางไม่ส่งเสริมให้มีการใช้ เช่นเรื่องสิ่งแวดล้อม กำลังหารือจะได้ข้อสรุปสิ้นเดือนนี้ เพื่อสรุปและกำหนดแนวทางการยื่นแบบภาษี

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับการสร้างเศรษฐกิจ โดยไม่กระทบกับระบบการเงินในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสินทรัพย์ดิจิทัลมีการเติบโตมาโดยตลอด ดังนั้นการส่งเสริมสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคตจึงต้องมีการพิจารณาแนวทางของประเทศต่าง ๆ และนำมาปรับใช้ให้เข้ากับประเทศไทย ผ่านการดำเนินนโยบายในการกำกับดูและและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจ โดยการพิจารณาเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น จึงต้องยึดแนวทางที่ผู้เสียภาษีเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการลงทุนและสร้างแรงขับเคลื่อนในนวัตกรรมทางการเงิน ทำอย่างไรให้การซื้อขาย ระดมทุนผ่านไปสู่ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เป็นประโยชน์กับประเทศ