บิ๊กตู่ หมดมนต์ขลัง แก้ปัญหา "สินค้าแพง" ล้มเหลว

วันที่ 18 ม.ค. 2565 เวลา 19:07 น.
บิ๊กตู่ หมดมนต์ขลัง แก้ปัญหา "สินค้าแพง" ล้มเหลว
ปัญหาราคาสินค้าแพง กลายเป็นสึนามิไล่ถล่มรัฐบาลบิ๊กตู่ เพราะยิ่งแก้ยิ่งแพง สะเทือนปากท้องคนทั้งประเทศเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

ปี 2565 ผ่านไปได้แค่ครึ่งเดือน ปัญหาราคาสินค้าแพงกลายเป็นไฟลามทุ่ง เผาจนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ รัฐบาลบิ๊กตู่ ร้อนนั่งไม่ติดแก้ไม่ปัญหาไม่ตก ไล่ตามต้นตอปัญหาไม่ทัน

ถามประชาชนคนไทยตอนนี้ ว่า ระหว่าง ราคาสินค้าแพงยกแผง กับ โควิด-19 โอมิครอนลามทั่วประเทศ กลัวอย่างไหนมากกว่ากัน เสียงส่วนใหญ่น่าจะบอกว่า กลัวราคาสินค้าแพงยกแผงมากกว่า เนื่องจากตอนนี้ติดโควิดยังรอดตายได้ง่ายกว่าอดตายเพราะราคาสินค้าแพงหยุดไม่อยู่

ปัญหาราคาสินค้าแพงของรัฐบาลบิ๊กตู่ในปีเสือนี้ต้องยอมรับว่าดุจริงดุจัง เริ่มตั้งแต่ราคาหมูแพง ไข่แพง แต่การแก้ปัญหาแบบปลายเหตุ ทำให้การแก้ปัญหาราคาสินค้าไร้ผล เพราะวันนี้ ราคาสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้เนื้อหมู ไข่ไก่ มีการปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง

ที่เห็นได้ชัดข้าวแกงของคนรายได้น้อยหาเช้ากินค่ำ มีการปรับราคาขึ้น เนื่องจากต้องใช้หมูเห็ดเป็ดไก่ ไข่ไก่ เป็นวัตถดิบในการทำอาหารขาย ทำให้ยืนราคาเดิมไม่ไหว เจ้าไหนไม่ปรับราคาขึ้นก็ต้องลดปริมาณลง สรุปไม่ว่าวิธีไหนข้าวแกงคนส่วนใหญ่ของคนในประเทศถือว่าราคาแพงขึ้นจากเดิม

ขณะที่ราคาสินค้าอื่นๆ ทั้งของสด ผักสด อาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูป ทั้งที่เกี่ยวกับหมู ไข่ไก่ ที่แพงขึ้น หรือไม่ได้เกี่ยวกับหมู ไข่ ที่แพงขึ้น ต่างจอปรับขึ้นราคาเป็นทิวแถว มีทั้งที่แอบขึ้นไปแล้ว รัฐบาลคุมไม่ทันคุมไม่ได้หรือไม่ได้ตั้งใจคิดจะคุมจริงจัง ก็มีจำนวนไม่น้อย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สันติ ชัยศรีสวัสดิ์สุข ศูนย์ศึกษาพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)เขียนบทความในโพสต์ทูเดย์ เรื่อง "เมื่อหมูแพง ไม่ใช่เรื่องหมูๆ" ใจความตอนหนึ่งระบุว่า "ราคาหมูแพงนั้นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้นมาให้เห็นเท่านั้น ปัญหาในเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่สะสมมาตั้งแต่ก่อนการระบาดของโรค และถูกซ้ำเติมเมื่อมีการระบาดขึ้น ยังคงเป็นปัญหารอวันจะปะทุขึ้นเมื่อมีปัจจัยไปกระตุ้น"

จากบทความดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ราคาหมูแพงใหญ่น่ากลัวที่คิด ราคาสินค้าแพงลามทุ่งที่เกิดขึ้น ยังไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้น การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลยังเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ทั้งเรื่องการขายหมูธงฟ้า สินค้าธงฟ้า หรือ การคุมราคาไข่หน้าฟาร์ม รวมถึงการขอความร่วมมือผู้ประกอบการยังไม่ขึ้นราคาในตอนนี้

ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต ระบุว่า การใช้มาตรการสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด หรือ เอาเงินงบประมาณไปซื้อเนื้อหมูหรือพืชผลเกษตรแล้วเอาขายต่อให้ประชาชน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาหน้า ช่วยบรรเทาปัญหาได้เล็กน้อยมากๆ และ ยังจะเกิดช่องทางของการทุจริตรั่วไหลจากการใช้งบประมาณ หรือ เอื้อประโยชน์ให้คนในเครือข่ายของตัวเอง จึงไม่ใช่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งเป็นช่องทางในการหาประโยชน์จากนโยบายได้ วิธีการแก้ปัญหา

จากความเห็นของ ดร.อนุสรณ์ ตีความได้ไม่ยากว่า การแก้ไขปัญหาสินค้าแพงของรัฐบาลบิ๊กตู่นอกจากไม่ได้ผล และยังน่าเป็นห่วงทำให้การใช้เงินภาษีรั่วไหลไม่คุ้มค่า และเป็นการเอื้อนายทุนให้ได้ประโยชน์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในเดือนธ.ค.64 ครัวเรือนยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของราคาอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลที่ผ่านมาครัวเรือนยังมีความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายพิเศษที่เพิ่มขึ้นกดดันให้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน (KR-ECI) ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งผลสำรวจจัดทำปลายเดือนธ.ค.64 ยังไม่รวมผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากจำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เรียกได้ว่า ไม่ว่าความเห็นไหน ตอนนี้ราคาสินค้าแผงทั้งแผ่นดิน สวนทางกับค่าครองชีพที่ลดลงทั้งประเทศเหมือนกันจากการระบาดของโควิดพันธุ์ต่างๆ นานา รวมถึงการบริหารเศรษฐกิจของทีมรัฐบาลบิ๊กตู่ ที่ยังใจเย็นหวานเจี๊ยบประเมินปัญหาราคาสินค้าแพงยกแผง ต่ำกว่าความเป็นจริง

การถูกโจมตีทั้งจากประชาชน ฝ่านค้าน นักวิชาการ ว่ารัฐบาลบิ๊กตู่บริหารเศรษฐกิจไม่ฟื้น แก้ปัญหาราคาสินค้าแผงไม่ได้ ทำให้รัฐบาลบิ๊กตู่ต้องเร่งหาตัวช่วยมาดับร้อน ตัดตอนกระแสโดนโจมตีที่ไหลท่วมเข้ามาไม่หยุด จนไม่มีเวลาหายใจหายคอ

มาตรการคนละครึ่ง จึงดูเหมือนเป็นม้าขาวที่จะมาช่วยรัฐบาลได้ เพราะรัฐบาลออกมาหารือเร่งด่วนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า จะเร่งมาตรการคนละครึ่งเฟส 4 ให้ไว้ขึ้น จากเดิมที่จะเริ่มในวันที่ 1 มี.ค.-30 เม.ย. 2565 ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อช่วยบรรเทาแก้ปัญหาราคาแพงที่ไม่หยุดในขนะนี้

หลังมีกระแสข่าว ทำให้ดูกระแสการแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงดับร้อนไปได้นิดหน่อย เพราะมาตรการคนละครึ่งเป็นที่ชื่นชอบทั้งประชาชนและร้านค้ารายย่อย

แต่เมื่อผลการประชุมของรัฐบาลบิ๊กตู่อออกมาไม่ได้เป็นอย่างที่ประชาชนคาดหวัง ว่า มาตรการคนละครึ่งเฟส 4 น่าจะเริ่มได้ทันทีภายในเดือน ม.ค. นี้เป็นอย่างช้า

แต่ปรากฎว่า รัฐบาลบิ๊กตู่แพลมออกมาว่า มาตรการคนละครึ่งเฟส 4 จะเปิดให้มีการลงทะเบียนใหม่ในวันที่ 14 ก.พ. และเริ่มใช้ในวันที่ 21 ก.พ. 2565 ทำให้มาตรการคนละครึ่งเฟส 4 จากที่จะกลายเป็นม้าขาวช่วยรัฐบาล กลายเป็นม้าดำชุดรัฐบาลอยู่ปากเหวมากขึ้น

ประเด็นสำคัญคือ การเร่งมาตรการคนละครึ่งเฟส 4 เร็วขึ้นตรงไหน จากเดิมเริ่มใช้ 1 มี.ค. ตามกำหนดใหม่เป็น 21 ก.พ. เร็วกว่ากำหนดเดิมแค่ 10 วัน แต่เวลาที่รออีกกว่า 1 เดือน กว่ามาตรการคนละครึ่งเฟส 4 มีผล ประชาชนต้องทนพิษของแพงอีกน้อยมากขนาดไหนไม่มีใครบอกได้

มาตรการคนละครึ่งเฟส 4 ทำไม่คลอดออกมายาก คำตอบไม่ยาก คือ งบเงินกู้จาก พ.ร.ก. 5 แสนล้านบาท เหลืออยู่ 2.5 แสนล้านบาท การดำเนินการมาตรการคนละครึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก

หากยึดมาตรการคนละครึ่งเฟส 3 ที่มีผู้ได้สิทธิจำนวน 28 ล้านคน การให้วงเงินคนละ 1,500 บาท ต้องใช้เงินประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนไม่น้อย ซึ่งในยามเจอทั้งวิกฤตโควิด และราคาสินค้าราคาแพง การให้วงเงินคนละ 1,500 บาท พอต่อการเยียวยาหรือไม่ การจะให้เพิ่มมากกว่านั้นรัฐบาลก็ต้องชั่งใจว่าเงินพอหรือไม่

นอกจากนี้ รัฐบาลบิ๊กตู่มีความพยายามปรับรายละเอียดมาตรการคนละครึ่ง จากเดิมกำหนดว่ารัฐบาลช่วยจ่ายต่อวันไม่เกิน 150 บาท เหลือ 100 บาท หรือ ต่ำกว่านั้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงของรัฐบาลบิ๊กตู่ที่การออกมาตรการคนละครึ่งไม่ได้รับดอกไม่เหมือน 3 เฟสแรกที่ผ่านมา

หากเป็นเช่นนั้น ภาพร้ายๆ จะกลับมาหลอนรัฐบาลบิ๊กตู่อีกครั้งว่า แจกเงินเป็นหมื่นล้านแทนที่จะได้รับคนชมแต่คนกับด่ากันทั้งประเทศ

เมื่อดูไปข้างหน้า ไม่มีมาตรการอะไรที่จะมาช่วยดับร้อน ดับไฟ เรื่องปัญหาราคาสินค้าแพง ได้ นอกจากมาตรการคนละครึ่งเฟส 4 ซึ่งเป็นดาบสองคนที่ประชาชนเสพติดได้มากเงื่อนไขถูกใจมาตลอด หากครั้งนี้นอกจะได้ช้าแล้วทำให้เคลืองใจแล้ว ยังได้เงินน้อยและลดวงเงินใช่ต่อวันลงอีก มาตรการคนละครึ่งเฟส 4 นอกจะช่วยดับร้อนให้กับรัฐบาลบิ๊กตู่ไม่ได้แล้ว ยังเพิ่มอุณภูมิความไม่พอใจให้กับประชาชนมากขึ้นอีก

เรื่องปัญหาสินค้าราคาแพง จึงไม่ใช่เรื่องหมูๆ ที่รัฐบาลบิ๊กตู่จะแก้ปัญหาแบบโลกสวยเหมือนที่ทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลออกมาให้ความเห็นว่า ปัญหาราคาสินค่าแพงเป็นเรื่องชั่วคราว เพราะมีเงินเดือนมีสมบัติระดับรัฐมนตรี ให้ราคาสินค้าแพงไม่หยุดอีกทั้งปี ท่านๆ รัฐมนตรีก็อยู่ได้ไม่ลำบากอดตาย

แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ ตกงาน รายได้ลด ไม่มีสมบัติร่ำรวยเหมือนรัฐมนตรี ราคาสินค้าแพงแบบไม่หยุดแบบนี้อีกแค่วันเดียวเขาก็ลำบากอดตายได้แล้ว รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้รวดเร็ว แก้ปัญหาราคาสินค้าแพงให้สำเร็จ ไม่ได้ปล่อยให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับนายทุนและปล่อยให้ประชาชนหน้าแห้งหน้าเหี่ยวแบบไร้ความหวังเช่นนี้