ถึงคิวเก็บภาษีซื้อขายหุ้น อุดถังเงินประเทศรั่วสู้โควิด

วันที่ 03 ม.ค. 2565 เวลา 19:07 น.
ถึงคิวเก็บภาษีซื้อขายหุ้น อุดถังเงินประเทศรั่วสู้โควิด
นักเล่นหุ้นหนีไม่พ้น ถูกเก็บภาษีซื้อขายหุ้น เพิ่มรายได้รัฐบาลทำศึกสู้โควิดระยะยาว

ตลาดหุ้นไทยปีเสือ 2565 เริ่มประเดิมเปิดมา ก็ต้องเจอปัจจัยลบการระบาดของโควิด-19 โอมิครอน ที่สั่นครอนตลาดหุ้นทั้งโลกทั้งไทย ตั้งแต่ส่งท้ายปีเก่า 2564 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังต้องหนาวๆ ร้อนๆ กับนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้น ที่มีแผนจะเริ่มเก็บในปี 2565 นี้ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศเพิ่มมากขึ้น

ที่แน่ๆ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ออกมายืนยันส่งท้ายปี 2564 ที่ผ่านมา ว่า ได้มอบหมายให้กรมสรรพากรไปพิจารณาแนวทางการจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเดิมที่ได้มีการจัดเก็บภาษีดังกล่าวอยู่แล้วในอัตรา 0.1% ของรายรับ แต่ได้มีการยกเว้นการจัดเก็บดังกล่าวมาเป็นเวลากว่า 30 ปี

พูดง่ายๆ คือ การเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นไทยมีอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องไม่ และมีกฎหมายให้เก็บได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ที่ผ่านมาได้รับการยกเว้นเก็บมา 30 ปี ส่วนหนึ่งเพื่อส่งเสริมตลาดหุ้นไทยให้มีการขยายตัวมากขึ้น พอมาถึงวันนี้ตลาดหุ้นไทยใหญ่แข็งแรงมากพอที่จะเก็บภาษีได้แล้ว เรื่องนี้เก็บภาษีหุ้นจึงถูกยกขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง

เหตุผลที่สำคัญสุดในการเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้น หนีไม่พ้นที่ผ่านมาประเทศไทยอยู่ในภาวะถังรั่วอย่างหนัก การเก็บรายได้ไม่พ่อกับรายจ่าย ทำให้ต้องตั้งงบประมาณขาดดุลปี 2565 ล่าสุดถึง 7 แสนล้านบาท

ซึ่งหากปล่อยไปเช่นนี้ไม่หารายได้เพิ่ม ประเทศไทยจะต้องจม อยู่กับกองหนี้ เพราะนอกจากกู้ขาดดุลงบประมาณเข้าใกล้ปีละ 1 ล้านล้านบาท เข้าไปทุกวันแล้ว ยังมีการออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาโควิดถึง 2 ครั้ง วงเงินรวมกัน 1.5 ล้านล้านบาท และทำท่าปีนี้จะต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มอีกเป็นครั้งที่ 3 อีกจำนวนหลายแสนล้านบาท

นอกจากนี้ในปีงบประมาณ 2563 และ 2564 รัฐบาลเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายปีละ 3-4 แสนล้านบาท จากพิษโควิด ทำให้ต้องกู้เงินมาปิดหีบ สำหรับปีงบประมาณ 2565 ก็หนีไม่พ้นที่การเก็บรายได้จะต่ำกว่าประมาณการไว้เป็นแสนล้านบาท

ดังนั้นการเก็บรายได้เพิ่ม จึงหนีไม่พ้นอีกต่อไป เป้าหมายใหญ่คือการเล็งไปที่ภาษีหุ้น เพราะถือว่าคนที่เล่นหุ้นได้เป็นคนรวยมีฐานะเป็นส่วนใหญ่ และที่ผ่านมาการซื้อขายหุ้นของไทยก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกวัน การเก็บภาษีหุ้นจะเติมรายได้ให้ประเทศมีละหลายหมื่นล้านบาท

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานข้อมูลตลาดหุ้นปี 2564 ที่ผ่านมาดีสวนกระแสโควิด โดยดัชนีอยู่ที่ 1,657.62 จุด ซึ่งเป็นดัชนีที่ขึ้นเพิ่มมากสุดสุดของปีด้วย โดยดัชนีเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 14.37%

ในส่วนของปริมาณการซื้อขายหุ้นอยู่ที่ 7.2 ล้านหุ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 58.86% ที่สำคัญ มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 21 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 30.27% มูลค่าการซื้อขายต่อวันอยู่ที่ 8.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 31.25% และมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 19.5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 21.58%

ดังนั้นการเก็บภาษีหุ้นของรัฐบาลในช่วงโควิด จึงเป็นเรื่องที่จะได้รับการยอมรับจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ถึงแม้จะได้รับการต่อต้านจากผู้เล่นหุ้น และผู้เกี่ยวข้องที่มองว่าการเก็บภาษีหุ้นจะทำให้ขาดทุนกำไรจากการทำกิจกรรมการซื้อขายหุ้นลดน้อยลง

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการอย่าง ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต เห็นว่า การเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นมีความจำเป็นเพื่อบรรเทาปัญหาฐานะทางการคลัง และ กลุ่มนักลงทุนในตลาดหุ้นทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศอยู่ในฐานะทางเศรษฐกิจที่จะเสียภาษีได้

ดร.อนุสรณ์ ระบุว่า ขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโควิดและต้องการมาตรการคลังช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติม ที่ผ่านมารัฐบาลเก็บภาษีพลาดเป้ามาตลอด ต้องกู้เงินจำนวนมากทำให้หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นำไปสู่ความเสี่ยงวิกฤติฐานะการคลังในอนาคตได้ หากไม่คิดที่จะเก็บรายได้ประเทศเพิ่ม

ดังนั้นในปี 2565 หากรัฐบาลไม่ได้รับกดดันจากนายทุนตลาดหุ้น ประเทศไทยน่าจะได้กลับมาเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นอีกครั้ง หลังจากได้รับการยกเว้นเป็นเวลา 30 ปี

สำหรับรูปแบบการเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้น ค่อนข้างชัดเจนว่า กระทรวงการคลังจะเลือกเก็บจากธุรกรรมที่มีการซื้อขายทุกครั้ง เพราะง่ายสะดวกไม่ต้องสนใจว่าการขายมีกำไรหรือขาดทุน มีการซื้อขายก็เก็บเลยเหมือนกับเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม

ส่วนการเก็บภาษีหุ้นจาก Capital Gain หรือ ผลกำไรจากส่วนต่างของราคาหลักทรัพย์ คงไม่ใช่ทางเลือกแรกของการเก็บภาษีหุ้น เพราะมีความยุ่งยาก นักลงทุนซื้อขายหุ้นจะอ้างว่า ขายหุ้นกำไรเก็บภาษี และหากขายหุ้นขาดทุนจะมีภาษีคืนให้ไหม

ไม่ว่าจะต้องต่อสู้ทั้งทางที่เห็นได้และเห็นไม่ได้ระหว่างผู้เก็บภาษีที่มีกระทรวงการคลังเป็นหัวเรือหลัก กับผู้ลงทุนที่ไม่เห็นด้วยและพยายามล้มนโยบายนี้ หรือ ลากออกไปให้นานที่สุด

แต่ถึงวันนี้การเก็บภาษีหุ้นจากคนมีเงินคนรวย ไม่น่าจะลากไปไกลได้อีกต่อไป เพราะข้อมูลของ ตลท. ก็ฟ้องอยู่ว่าตลาดหุ้นไทยอู้ฟู้แม้จะโดนพิษโควิดมา 2 ปี การเก็บภาษีหุ้นก็ทำให้คนมีเงินคนรวยที่เล่นหุ้นขาดทุนกำไรบ้างเท่านั้น

ถึงเวลาที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ต้องกล้าหาญเก็บภาษีคนมีเงินคนรวยเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็จะต้องรีดภาษีรีดเลือดกับปูที่แบบที่ผ่านมา ซึ่งไม่พออุดถึงเงินประเทศที่รั่วจนกลวงไปหมด หากไม่เก็บภาษีจากคนรวยให้ได้ รัฐบาลก็คงต้องแบกหน้ากู้เงินอุดถังเงินประเทศที่รั่วต่อไป