เตือนคริปโตเคอเรนซี ไม่เหมาะสมเป็น “เงินตราดิจิดัล”

วันที่ 06 ธ.ค. 2564 เวลา 20:16 น.
เตือนคริปโตเคอเรนซี ไม่เหมาะสมเป็น “เงินตราดิจิดัล”
เตือนคริปโตเคอเรนซี ไม่เหมาะสมเป็น “เงินตราดิจิดัล” เพราะมีความผันผวนสูง เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนที่ไม่มีเสถียรภาพ

ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต กล่าวถึง การที่ภาคธุรกิจหลายแห่งได้ปรับตัวด้วยการใช้ “คริปโตเคอเรนซี” (Cryptocurrency) ในการชำระค่าสินค้าและบริการ หรือ ออกเหรียญดิจิทัลเองนั้น เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและการเงินดิจิทัลซึ่งเป็นแนวโน้มแห่งอนาคต

ดร. อนุสรณ์ กล่าวเตือนว่า ราคาคริปโตเคอเรนซีเข้าสู่ขาลงรอบใหม่และผันผวน บิทคอยน์ปรับลง 17% อิโทเรียมปรับลง 16% ภายในวันเดียวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และ ตลาดหุ้นอาจมีการปรับฐานใหญ่ คริปโตเคอเรนซี ไม่เหมาะสมเป็น “เงินตราดิจิดัล” เพราะมีความผันผวนสูง เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนที่ไม่มีเสถียรภาพนัก ไม่สามารถวัดมูลค่าหรือสะสมค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพนัก เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนได้แต่อาจจะไม่สามารถเป็น “เงินตรา” ในการแลกเปลี่ยนเพื่อซื้อสินค้าบริการได้ดีหรือมีประสิทธิภาพ

แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรปล่อยให้เอกชนตัดสินใจเลือกเองได้ว่า เอกชนหลายใดจะนำ “คริปโตเคอเรนซี” มาใช้ในการชำระสินค้าและบริการ เพราะขณะนี้หลายบริษัทประกาศให้ลูกค้าชำระค่าสินค้าด้วยคริปโทฯ เช่น กลุ่มอสังหาฯ ทั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ยังมี กลุ่มค้าปลีก อย่างเช่น เดอะมอลล์ กรุ๊ป” ร่วมมือกับ "Bitkub" "ร้านกาแฟอินทนิล" ของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC และมีแผนออกเหรียญโทเคนเอง สิ่งที่แบงก์ชาติต้องดำเนินการ คือ วางระบบบริหารความเสี่ยงในการใช้ “คริปโตเคอเรนซี” ในการชำระสินค้าและบริการ และ เอกชนต้องรับความเสี่ยงจากการดำเนินการดังกล่าวเอง แม้น ธปท. ไม่ได้ห้ามให้ทำธุรกรรมดังกล่าว แต่ประกาศไม่สนับสนุนให้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลมาชำระค่าสินค้าและบริการ เนื่องจากมองว่ามีความผันผวนสูง เสี่ยงที่จะถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ และอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน

"ธปท.ไม่ควรวิตกกังวลผลกระทบของเทคโนโลยีทางการเงินและ “คริปโตเคอเรนซี” มากเกินไปจนกระทั่งไปออกระเบียบหรือมาตรการใดๆ ที่ไปชะลอหรือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบการชำระเงินหรือระบบการเงินภายใต้เทคโนโลยีแบบใหม่" ดร. อนุสรณ์ กล่าว