กรมศุลฯจัดประมูลรถหรู237คัน

  • วันที่ 22 ธ.ค. 2553 เวลา 12:09 น.

กรมศุลกากรจัดประมูลรถยนต์ของกลาง 237 คัน รถหรูค่ายยุโรปทั้ง เบนซ์ บีเอ็มฯ จากัวร์ และค่ายญี่ปุ่นอื้อ เปิดราคาตั้งแต่ 2.4หมื่นจนถึง 3 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. กรมศุลกากรได้เปิดประมูลขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง จำนวน 237 ที่กรมศุลกากร คลองเตย โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลเป็นจำนวนมาก โดยรถยนต์ที่ถูกนำออกมาประมูลในครั้งนี้ ประกอบด้วยรถหรูจากค่ายยุโรป ทั้ง เมอร์เซเดส-เบนซ์ , บีเอ็มดับบลิว , จากัวร์ , เบนลียส์ , มินิ คูเปอร์ , โฟล์ค สวาเก้น , ปอร์เช , โรสรอยด์

รวมทั้งรถสปอร์ต และรถยนต์นั่งขนาดใหญ่จากค่ายญี่ปุ่น อาทิ โตโยต้า ซูปร้า , โตโยต้า อัลพาท , นิสสัน 350Z ,  นิสสัน ซิลเวียร์ , มาสด้า RX7 , มาสด้า RX8 โดยมีราคาเปิดประมูลเริ่มต้นตั้งแต่ 2.4 หมื่นบาท ไปจนถึง 3 ล้านบาท

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า การประมูลขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางดังที่ลักลอบนำเข้าไม่เสียภาษีอากรครั้งนี้ มีความโปร่งใส ด้วยวิธีการเสนอราคาแบบเปิดเผย ซึ่งกรมศุลกากรมอบให้บริษัทเอกชนดำเนินการ โดยมีข้อแม้ว่า ข้าราชการและคนในครอบครัวเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรไม่มีสิทธิยื่นขอประมูล

สำหรับรถยนต์ที่ลักลอบนำเข้าโดยหลีกเลี่ยงภาษีอากรนั้น ส่วนใหญ่นำเข้ามาทางชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และท่าเรือรับส่งสินค้า โดยมักแจ้งสำแดงรายการเท็จเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งแต่ละปีจะมีรถที่ลักลอบนำเข้ามาจำนวนมาก สร้างความเสียหายแก่ภาครัฐหลายร้อยล้านบาท

ทั้งนี้ การขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง จำนวน 237 คัน มีรถยนต์ประเภทต่าง ๆ   ดังนี้ TOYOTA 66 คัน, MERCEDES BENZ 60 คัน, PERODUA   22   คัน, NISSAN 18 คัน, B.M.W. 15 คัน, HONDA 8 คัน, JAGUAR   8 คัน, MAZDA 7 คัน, MINI COOPER 7 คัน, MITSUBISHI 4 คัน, PORSCHE 4 คัน, VOLKSWAGEN 4 คัน, ROVER MINI 3 คัน, SAAB 2 คัน, AUDI   1   คัน, AUSTIN 1 คัน, BENTLEY 1 คัน, DAIMLER 1 คัน, ISUZU   รถตู้ 6 ล้อ 1 คัน, JEEP 1 คัน, KIA 1 คัน, ROLLS ROYCE 1 คัน และ SUBARU 1 คัน

อย่างไรก็ดี ผลการประมูลขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางและรถจักรยานยนต์ของกลางกรมศุลกากร ในงาน "ศุลกากรแฟร์" ครั้งที่ 3 ปี 2553   โดยวิธีประมูลด้วยวาจา เมื่อวันที่ 10 – 11กรกฎาคม สามารถจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้จำนวนทั้งสิ้น   56   คัน จากที่นำออกประมูลทั้งหมดจำนวน 58 คัน   ทำรายได้เข้ารัฐเป็นมูลค่ากว่า   96   ล้านบาท ส่วนครั้งที่ 1 สามารถจำหน่ายได้ 154  คันรวมมูลค่าเกือบ 260 ล้านบาท และครั้งที่ 2 จำหน่ายได้ 159 คัน รวมมูลค่ากว่า 210 ล้านบาท

ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ