ขยายล็อกดาวน์ไม่ได้ผล เพราะคนติดเชื้อโควิดได้ยารักษาช้า

วันที่ 01 ส.ค. 2564 เวลา 18:20 น.
ขยายล็อกดาวน์ไม่ได้ผล เพราะคนติดเชื้อโควิดได้ยารักษาช้า
แนะรัฐบาลตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์โควิดและสั่งแก้ไขทุกวัน ไม่ควร Work From Home ในช่วงวิกฤติชาติเช่นนี้

ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ม. รังสิต เปิดเผยว่า ขอเสนอผ่อนคลายกฎระเบียบและยกเว้นกฎระเบียบการจัดหา จัดซื้อ และลดขั้นตอนการอนุมัติการจ่ายยาในการรักษา Covid-19 พร้อมจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินจากงบกลางที่ยังคงมีเหลืออยู่ให้โรงพยาบาลจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ในพื้นที่แพร่ระบาดสูงเป็นการด่วนที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดข้อจำกัดทางด้านงบประมาณตามโรงพยาบาลต่างๆ ในการรักษาผู้ป่วยอาการหนัก หรือ ผู้ป่วยอาการเริ่มต้น เพื่อให้เข้าถึงยาที่มีคุณภาพที่สุดโดยเร็ว การลดอัตราการเสียชีวิตเป็นเรื่องเร่งด่วนอันดับแรกที่ต้องดำเนินการโดยด่วนที่สุด

"การขยายล็อกดาวน์จะไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์การติดเชื้อดีขึ้นมากนักและยังจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การจ้างงานและกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลควรตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ทุกวันและสั่งแก้ไขปัญหาทุกวัน บางพื้นที่ต้องผ่อนล็อกดาวน์ บางพื้นที่ขยายล็อกดาวน์ได้ ไม่ควร Work From Home ในช่วงวิกฤติชาติเช่นนี้" ดร.อนุสรณ์ กล่าว

ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์วิกฤติ Covid-19 เช่นนี้ หน่วยราชการและองค์กรของรัฐต้องเน้นการทำงานให้เกิดประสิทธิผลและมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยลดขั้นตอนการดำเนินการ การอนุมัติในระบบราชการทั้งหมด

นอกจากนี้ ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวว่า ขอเสนอให้ใช้ พื้นที่ว่าง ใน วัด และ โรงเรียน ทำที่กักตัวปลอดภัยและรักษาตัวเบื้องต้น แยกผู้ป่วยออกจากบ้านและชุมชนที่มีการติดเชื้อ และ จัดงบแจกยา อุปกรณ์ตรวจอาการของโรคและเครื่องช่วยหายใจขนาดเล็กให้ประชาชนติดเชื้อที่ทำ Home and Community Isolation ตามพื้นที่ต่างๆ การทำให้ประชาชนที่ติดเชื้อเข้าถึงยารักษาทันต่อการทรุดลงของอาการจะช่วยปกป้องให้ประชาชนจำนวนมากไม่ต้องเสียชีวิตจากการรอการรักษา มีประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่ควรเสียชีวิตหากได้เข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ เสนอรัฐบาลใช้ กฎหมายความมั่นคงปิดชายแดนไทยพม่า ห้ามข้ามพรมแดนโดยเด็ดขาด เนื่องจากการติดเชื้ออาจพุ่งสูงถึง 27 ล้านคนในสองสัปดาห์ข้างหน้าตามการคาดการณ์ล่าสุด ไทยควรประสานองค์กรระหว่างประเทศจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในประเทศเมียนมาร์ตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการทะลักลักลอบอพยพของชาวพม่าและชนกลุ่นน้อยหนีภัยโรคระบาดและอำนาจกดขี่ของคณะรัฐประหารเผด็จการทหาร การรัฐประหารในพม่าเป็นส่วนสำคัญทำให้ระบบสาธารณสุขล่มสลายเนื่องจากบุคลาการทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ร่วมชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารและถูกจับกุมคุมขัง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าปล่อย “บุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข” ออกมาจากที่คุมขังเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป