ล็อกดาวน์พ่นพิษหนี้ครัวเรือนจ่อพุ่งทะลุ100%ต่อจีดีพี

วันที่ 25 ก.ค. 2564 เวลา 19:31 น.
ล็อกดาวน์พ่นพิษหนี้ครัวเรือนจ่อพุ่งทะลุ100%ต่อจีดีพี
เตือนล็อกดาวน์พ่นพิษวิกฤตหนี้ประเทศพุ่ง หนี้เอกชนเพิ่ม หนี้ครัวเรือนทะลุ 100% ต่อจีดีพี

ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต กล่าวว่า จากการระบาดของโควิด-19 รุนแรงควบคุมได้ยากแม้มีมีการประกาศล็อกดาวน์ประเทศบางส่วนไปแล้ว อาจทำให้เศรษฐกิจปี 2565-2566 ขยายตัวได้ต่ำกว่า 2% มีความเสี่ยงจะเกิดวิกฤติหนี้สินทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยกลุ่มธุรกิจที่จะมีปัญหาในการชำระหนี้มากที่สุด ได้แก่ กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจสปาและเสริมสวยกลุ่มค้าปลีกขนาดเล็กขนาดกลาง กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม กลุ่มธุรกิจสายการบินและการขนส่งคน กลุ่มธุรกิจสื่อ กลุ่มธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าและงาน Event ต่างๆ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มกิจการโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเอกชน เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ฐานะทางการคลังของประเทศอ่อนแอลง โดยมีการก่อหนี้จำนวนมากทำให้ สัดส่วนของหนี้สาธารณะต่อจีดีพีทะลุ 60% ในปีหน้า

ขณะที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีพุ่งทะลุ 90.5% สูงที่สุดในรอบ 18 ปี เป็นผลจากการล็อกดาวน์ไร้ประสิทธิภาพและประสิทธิผล รายได้หดตัว ว่างงาน ส่วนใหญ่เป็นหนี้ผ่อนชำระที่อยู่อาศัยประมาณ 34% ตัวเลขสูงระดับนี้เข้าข่ายวิกฤติหนี้สินครัวเรือนแล้ว และ ตัวเลขหนี้ที่ปรากฏนี้ยังไม่นับรวมการเป็นหนี้นอกการกำกับดูแลของแบงก์ชาติและหนี้นอกระบบ ฉะนั้นตัวเลขหนี้ครัวเรือนทั้งระบบอาจทะลุ 100% แล้ว

ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า เรื่องการเป็นหนี้และไม่สามารถชำระหนี้ได้ขณะนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องการไม่มีวินัยทางการเงินหรือก่อหนี้เกินตัวแต่เป็นเรื่องของการว่างงานและรายได้ลดลงมากกว่า ส่วนการปรับลดเพดานดอกเบี้ยก็อาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดนัก เมื่อสถาบันการเงินไม่สามารถคิดดอกเบี้ยได้ตามความเสี่ยง สถาบันการเงินก็จะไม่ปล่อยกู้ เท่ากับผลักให้ผู้มีรายได้น้อยและฐานะการเงินอ่อนแอต้องไปกู้นอกระบบแทน เตือนปัญหาการผิดนัดชำระหนี้จะรุนแรงขึ้นจากโครงสร้างทางการเงินอ่อนแอของทั้งภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจและภาครัฐ เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน