แจงวิธีนับหนี้สาธารณะไทย เป็นเหตุหนี้ประเทศสูงเกินจริง

วันที่ 22 ก.พ. 2564 เวลา 19:17 น.
แจงวิธีนับหนี้สาธารณะไทย เป็นเหตุหนี้ประเทศสูงเกินจริง
คลังออกโรงแจง นิยามหนี้ต่างชาติทำหนี้ไทยลดต่ำกว่า 50% ของจีดีพี ยันกู้เยอะอยู่ในกรอบกฎหมายวินัยการเงินการคลัง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า การทำงบประมาณรายจ่ายและการกู้เงินของประเทศ ยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง ที่กำหนดไว้ว่าการก่อหนี้สาธารณะต้องไม่เกิน 60% ของจีดีพี ซึ่งตอนนี้ก็ยังอยู่ต่ำกว่าอยู่ที่ 52.1% ต่อจีดีพี ซึ่งเป็นกรอบที่กำหนดตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะปี 2561 ซึ่งหากใช้ตามนิยามหนี้สาธารณะของต่างประเทศที่ไม่นับหนี้ของรัฐวิสาหกิจ หนี้สาธารณะของไทยจะอยู่ที่ 47.8% ของจีดีพี ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน

สำหรับปีงบประมาณ 2563 ที่ผ่านมา มีการผ่อนคลายสัดส่วนงบกลางให้ได้ถึง 7.5% จากเดิมต้องไม่เกิน 3.5% ของงบประมาณรายจ่าย เพื่อรองรับการตัดงบประมาณจากส่วนอื่นเข้ามาในงบกลาง แต่ในการทำงบประมาณ 2564 และ 2565 ได้ปรับกรอบมาเหลือ 3.5% เหมือนเดิม ถูกต้องตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง

ขณะที่สัดส่วนการชำระต้นเงินกู้ในปีงบประมาณ 2563 และ 2564 ได้ปรับเพดานขั้นต่ำจาก 2.5% เป็น 1.5% ของงบประมาณรายจ่าย เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงไปลดงบในส่วนของการใช้ต้นเงินกู้ลดลง และในปี 2565 ก็ได้ปรับขึ้นมาในระดับปกติ

ในส่วนของกรอบวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล ในปี 2563 มีจำนวน 4.6 แสนล้านบาท แต่เนื่องจากรายจ่ายมากกว่ารายได้ที่เก็บไม่ได้ตามเป้าหมาย ทำให้ต้องขอคณะรัฐมนตรี (ครม.) กู้เงินเพิ่มกรณีรายจ่ายมากกว่ารายได้อีกประมาณ 2 แสนล้านบาท ไม่จำเป็นต้องไปขอสภาผู้แทนราษฎร ตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ

นายอาคม กล่าวว่า การลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ 90% ของภาระภาษีต้องเสีย เคยดำเนินการมาในปี 2563 และ ในปี 2564 ได้ทำต่อ เพราะต้องการเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นผู้มีรายได้ปานกลางและรายได้สูง ทำให้กลุ่มนี้ไปใช้จ่ายหรือนำเงินไปจ้างงานสำหรับผู้ที่ใช้ที่ดินเพื่อการพาณิชย์

สำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่หายไป ทางกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ จะจัดงบประมาณชดเชยให้ในปีงบประมาณ 2565 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น