พับแผนรีดภาษีความเค็ม

วันที่ 21 ก.ย. 2563 เวลา 20:00 น.
พับแผนรีดภาษีความเค็ม
กรมสรรพสามิตถอยเก็บภาษีความเค็ม เดินหน้ารีดภาษีปี 64 ให้ได้ 5 แสนล้านบาท

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีความเค็ม เป็นแนวคิดมาจากนโยบายการขยายฐานภาษี และอีกส่วนก็เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนเอง แต่จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการต่างๆ รวมทั้งประชาชนได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงมองว่าในช่วงเวลานี้จึงยังไม่เหมาะสมที่จะมีการเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีดังกล่าว

"จากปัญหาโควิด ผู้ประกอบการยังมีผลกระทบ ประชาชนได้รับผลกระทบ อะไรที่ขยายฐานจะมีผลกระทบทั้งบวกและลบในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ซึ่งในช่วงเวลานี้ ยังไม่เหมาะสมที่จะเสนอรัฐบาลว่าจะขยายฐานภาษีอะไร" นายพชร กล่าว

โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุข และกรมสรรพสามิตได้ร่วมกันหารือถึงเพดานการบริโภคโซเดียมในปริมาณต่อวันที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมทั้งหารือกับผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างแสดงความพร้อมที่จะปรับสูตรการผลิตให้สอดคล้องกับแนวทางการจัดเก็บภาษีความเค็มแล้ว

นายพชร กล่าวว่า การเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตในปีงบประมาณ 2563 (ต.ค.2563-ก.ย.2563) จะทำได้ไม่ต่ำกว่า 5.2 แสนล้านบาทจากผลการจัดเก็บภาษีรถยนต์และภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงกว่าคาดการณ์ เนื่องจากยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 และต้นไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2563

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2563 ได้มีการปรับปรุงเป้าหมายการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตมาอยู่ที่ 5.01 แสนล้านบาท จากผลกระทบของการแพร่ระบาดจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งปรับลดลงจากเป้าหมายเดิมในครั้งแรกที่ตั้งไว้ที่ 5.85 แสนล้านบาท

ขณะที่ในปีงบประมาณ 2564 มั่นใจว่าถ้าไม่มีสถานการณ์รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ก็เชื่อว่าการจัดเก็บรายได้จากภาษีสรรพสามิตจะสามารถทำได้ 5.34 แสนล้านบาทตามเป้าหมายที่รัฐบาลได้วางไว้