ธปท.แจงดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนพ.ค. 63 และ3เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 16:46 น.
ธปท.แจงดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนพ.ค. 63 และ3เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น
ธปท. แจงเชื่อมั่นธุรกิจยังหวั่น แม้ COVID-19 จะดีขึ้น แต่ภาวะธุรกิจในระยะข้างหน้าจะแย่ลงจากปัจจุบัน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงาน ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนพ.ค. 2563 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน มาอยู่ที่ 34.4 โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นในเกือบทุกองค์ประกอบและ ในหลายธุรกิจ ทั้งในภาคการผลิตและภาคที่มิใช่การผลิต ยกเว้น กลุ่มผลิตยานยนต์และกลุ่มผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ดัชนีฯ ยังคงลดลงต่อเนื่องและอยู่ในระดับต่ำมาก เนื่องจากการซื้อสินค้า ราคาสูงของผู้บริโภคลดลงภายใต้ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ

เช่นเดียวกับผู้ประกอบการในกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร และกลุ่ม ขนส่งที่ความเชื่อมั่นลดลงต่อเนื่องและอยู่ในระดับต่ำ จากการที่ กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังกลับมาไม่มากแม้จะเริ่มมีการผ่อนคลาย มาตรการ lockdown และผู้ประกอบการบางรายยังปิดกิจการต่อ เพราะประเมินว่าไม่คุ้มทุนหากกลับมาเปิดเร็วเกินไป

ขณะที่ ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีฯ ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน มาอยู่ที่ 41.1 ตามสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ที่มีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ดัชนีฯ ยังอยู่ต่ำกว่า 50 ในทุกธุรกิจ สะท้อนว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าภาวะธุรกิจในระยะข้างหน้าจะยังคง แย่ลงจากปัจจุบัน โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในกลุ่มขนส่งที่ลดลง ต่อเนื่องและอยู่ในระดับต่ำ คาดว่าจากต้นทุนต่อหน่วยที่เพิ่มสูงขึ้น จากมาตรการเว้นที่นั่งระหว่างผู้โดยสาร ประกอบกับการเดินทางจะ ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ จนกว่าจะมีการค้นพบวัคซีนซึ่งอาจใช้ เวลานานกว่า 1 ปี ส่งผลให้คาดการณ์ผลประกอบการและ การลงทุนของธุรกิจแย่ลง ส่วนกลุ่มผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มี ความเชื่อมั่นลดลงตามคาดการณ์คำสั่งซื้อ ปริมาณการผลิตและ ผลประกอบการที่ลดลง เนื่องจากในช่วงนี้บางรายได้รับคำสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนบางประเทศที่ปิดประเทศ ทำให้ความต้องการ ในระยะถัดไปมีแนวโน้มลดลง

ดัชนีฯ ด้านสภาพคล่องปรับสูงขึ้นแต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 8 สะท้อนว่าธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงมีสภาพคล่องลดลงจาก เดือนก่อน นอกจากนี้ ธุรกิจส่วนใหญ่ยังได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินไม่เพียงพอต่อการด่าเนินธุรกิจ

สำหรับสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ที่มีแนวโน้มดีขึ้น ส่งผลให้ความกังวลต่อความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจลดลง แต่กำลังซื้อ จากทั้งจากในและต่างประเทศที่มีแนวโน้มอ่อนแอลงกลายเป็น ข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นในเดือนนี้ ทั้งนี้ การคาดการณ์ อัตราเงินเฟ้อในอีก 12 เดือนข้างหน้าทรงตัวที่ 1.5%