คลังเลิกแถลงเศรษฐกิจทรุดชั่วคราว ขอใช้ข้อมูลเดียวกับสศช. ไปก่อน

วันที่ 21 พ.ค. 2563 เวลา 13:09 น.
คลังเลิกแถลงเศรษฐกิจทรุดชั่วคราว ขอใช้ข้อมูลเดียวกับสศช. ไปก่อน
คลังยอมรับเศรษฐกิจทรุดหนัก ขอหยุดประมาณการชั่วคราว ยันเตรียมออกมาตรการชุดใหญ่ดูแลศก.หลังโควิดหยุดระบาดรุนแรง

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สศค. จะงดแถลงตัวเลขประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 และ 2 เป็นการชั่วคราวไปก่อนจนกว่าสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 จะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งตอนนี้คลังก็จะใช้ตัวเลขประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปก่อน

"ตอนนี้การระบาดของโควิดทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบมาก สศค. เลยจะใช้ตัวเลขประมาณเศรษฐกิจของ สศช. ไปก่อน และจะดูว่าจะกลับมาประมาณเศรษฐกิจเหมือนเดิมได้เมื่อไร" นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวว่า ขณะนี้ทั้ง สศช. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และคลัง มองเศรษฐกิจไทยทิศทางเดียวกันว่าได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างมาก ซึ่งทุกแห่งก็คาดว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 จะขยายตัวติดลบมากที่สุดของปี เพราะมีการล็อกดาวน์ประเทศธุรกิจผู้ประกอบการต้องปิดการ แต่เชื่อว่าไตรมาส 3 และ 4 จะขยายติดลบน้อยกว่าไตรมาส 2 เพราะเริ่มการคลายล็อกทางเศรษฐกิจ

ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 1 ที่ สศช. ประกาศออกมาขยายตัวติดลบ 1.8% ดูเหมือนน้อย เพราะรัฐบาลมีการประกาศล็อกดาวน์ประเทศและเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2563 แต่ในไตรมาส 2 เศรษฐกิจจะขยายตัวลบมาก ส่วนเป็นเท่าไรต้องรอตัวเลขของ สศช. ประกาศเป็นทางการ ซึ่ง สศช. ประมาณการว่าทั้งปีเศรษฐกิจจะขยายตัวติดลบ 5-6% หรือ ติดลบ 5.5%

สำหรับกรณี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 0.75% เหลือ 0.50% เพราะ กนง. เห็นว่าเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากโควิดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม โดย กนง. คาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวติดลบ 5.3% ซึ่งการลดดอกเบี้ยจะช่วยพยุงเศรษฐกิจไปควบคู่กับการออกมาตรการทางการคลังที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง

นายลวรณ กล่าวว่า คลังจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังจากที่สถานการณ์การระบาดเข้าสู่ภาวะปกติ โดยแต่ละมาตรการจะต้องดูเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดผลทางปฏิบัติมากที่สุด ส่วนข้อเสนอของเอกชนที่เสนอให้คลังออกมาตรการชิมช้อปใช้และท่องเที่ยว ไปลดหย่อนภาษีได้ สศค. เห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม เพราะตอนนี้ยังมีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีการประกาศเคอร์ฟิว มีการขอความร่วมมือเดินทางข้ามจังหวัด และการเปิดห้างสรรพสินค้าก็ยังมีข้อจำกัด การออกมาตรการดังกล่าวตอนนี้จึงไม่เกิดผลดีกับเศรษฐกิจ

"การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องใช้ในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งคลังยืนยันว่าเมื่อการระบาดโควิดคลี่คลาย จะมีมาตรการดูแลเศรษฐกิจออกมาอย่างแน่นอน เพราะมีความสามารถทำได้ แต่ยังไม่ดำเนินการตอนนี้เพราะสถานการณ์ยังไม่ปกติ มาตรการที่ดำเนินการช่วงนี้จึงเป็นมาตรการเยียวยาเป็นหลัก ยังไม่ใช่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ" นายลวรณ กล่าว

บทความแนะนำ