PAP โชว์กำไร Q1/63 เพิ่ม 12.90% สวนพิษ COVID-19 กระทบอุตสาหกรรม

วันที่ 14 พ.ค. 2563 เวลา 16:30 น.
PAP โชว์กำไร Q1/63 เพิ่ม 12.90% สวนพิษ COVID-19 กระทบอุตสาหกรรม
แม้ COVID-19 จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมเหล็ก แต่ PAP ใช้กลยุทธ์บริหารจัดการผลิตภัณฑ์ บริหารลูกค้า และ บริหารจัดการต้นทุน ทำให้ไตรมาสแรกปี63 มีกำไรเพิ่ม 12.90%

รายงานข่าวจาก บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PAP ประกาศผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสแรก สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 (Q1/2563) โดยบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ เท่ากับ 1,952.40 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 490.68 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20.08เป็นผลมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่ล่าช้า รวมถึงผลกระทบด้านราคาเหล็กโลกที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับ Q1/2563 PAP มีกำไรสุทธิเท่ากับ 44.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 39.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.06 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.90 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคิดเป็นร้อยละ 9.30 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับร้อยละ 7.53 ของรายได้รวม เป็นผลอันเนื่องมาจากทิศทางราคาเหล็กโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดในช่วงปลายปี 2019 และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น

นางเอื้อมพร ปัญญาใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ PAP กล่าวว่า "ภาพรวมในไตรมาส 1/63 ถือว่า รายได้ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของไวรัส COVID-19 ในช่วงเดือนมีนาคม จนนำไปสู่มาตรการ Lockdown ส่งผลให้ร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างต้องปิดทำการในหลายพื้นที่ ประกอบกับการขนส่งสินค้าทำได้ยากลำบาก และเกิดการขาดแคลนแรงงานในหลายโครงการก่อสร้าง

แต่เนื่องจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์การให้บริการเพื่อให้ตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างเท่าทัน ด้วยการวางแผนการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าสำหรับงานระบบ และงานโครงการการขนาดใหญ่ ตลอดจนกลยุทธ์ในการบริหารลูกค้าโดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้รับเหมาขนาดใหญ่ และลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม ทำให้ Q1/2563 บริษัทยังสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นได้”

สำหรับไตรมาส 2/63 บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ และตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจของ PAP รวมทั้งบริษัทได้เริ่มใช้การตลาดออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและรองรับกับแนวโน้มพฤติกรรมตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนมีแผนในการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสนับสนุนคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง