หุ้นไทยสาหัสดิ่งเหว ไร้แนวรับเอาไม่อยู่

วันที่ 24 มี.ค. 2563 เวลา 09:22 น.
หุ้นไทยสาหัสดิ่งเหว ไร้แนวรับเอาไม่อยู่
ยาแรงเอาหุ้นไทยไม่อยู่ เมื่อคนไข้นักลงทุนไม่เชื่อหมอ ขอหนีตาย ก่อนดีกว่า

โดยเกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

...............................

ตลาดหุ้นไทย วันที่ 23 มี.ค. 2563 ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,024.46 จุด ลดลง 102.78 จุด หรือลดลง 9.12% เนื่องจากนักลงทุนกังวลการระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ทั่วโลกและประเทศไทย ที่ขยายวงกว้างมากขึ้น

ดัชนีหุ้นไทยที่ตกวันเดียวกว่า 100 จุด ต้องถือว่าอาหารหนัก จนมีเริ่มมีกระแสว่าตลาดหุ้นไทยอาจจะต้องชัตตาวน์ หนีโควิด-19 ที่รุนแรงในช่วงนี้ไปก่อน

แม้ว่า นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะออกมายืนยันว่า ระบบ ตลท. รองรับการซื้อขายหุ้นที่ผันผวนอย่างหนักได้ไม่มีปัญหา แต่ระบบเป็นคนละส่วนกับดัชนีที่ตกลงอย่างรุนแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน ทำให้ไม่สามารถยับยั่งกระแสชัตดาวน์ตลาดหุ้นได้

"สิ่งสุดท้ายที่ตลาดหุ้นไทยจะปิดไม่ทำการซื้อขาย ต้องมาจากการที่ภาคธนาคารพาณิชย์ปิดให้บริการ ถ้าจากเหตุผลอื่น แถบจะบอกได้เลย ตลท. ไม่มีนโยบายที่จะปิดตลาดหุ้น" นายภากร กล่าวในการแถลงด่วนเมื่อวานนี้หลังตลาดหุ้นไทยดิ่งไปกว่า 100 จุด

หากตีความการยืนยันของผู้จัดการ ตลท. แปลความได้ว่า หากระบบแบงก์ไม่ล่มยังทำงานได้ ตลาดหุ้นไทยก็ไม่มีการชัตดาวน์

นอกจากนี้ ยังตีความได้ว่าตอนนี้ ตลท. ไม่มีนโยบายชัตดาวน์ตลาดหุ้น แต่เมื่อมองไปข้างหน้าที่ตลาดหุ้นไทยยังผันผวนดิ่งลงไม่หยุด นโยบายไม่ชัตดาวน์ตลาดหุ้นจะเปลี่ยนไปหรือไม่

ก่อนหน้านี้ มีการแถลงใหญ่คลัง ธปท. ก.ล.ต. สมาคมแบงก์ และตัวแทน บลจ. เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็มีการตีความว่าจะมีการประกาศ ชัตดาวน์ตลาดหุ้น

แต่ผลสุดท้ายการแถลงด่วนดังกล่าว เป็นการออกมาตรการอุ้มกองทุนตราสารหนี้ ซึ่ง ว่ากันไปแล้วก็เป็นมาตรการอุ้มตลาดหุ้นทางอ้อมดีๆ นั้นเอง โดยมาตรการที่สำคัญประกอบด้วย

มาตรการที่ 1 ธปท. ให้ธนาคารพาณิชย์ ซื้อกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นสินทรัพย์คุณภาพดี และสามารถนำหน่วยลงทุนดังกล่าวเป็นหลักประกัน (Repurchase Agreement) เพื่อขอสภาพคล่องกับ ธปท. ได้ โดยกองทุนตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์คุณภาพดีประเภทนี้มีมูลค่ารวมกันทั้งหมดกว่า 1 ล้านล้านบาท

มาตรการที่ 2 ธปท. จะช่วยเหลือตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ครบกำหนดและต้องการต่ออายุ (Rollover) โดยจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่อง 1 แสนล้านบาท ประกอบด้วยสมาคมธนาคารไทย ธนาคารออมสิน บริษัทประกันชีวิตต่าง ๆ และกบข. เป็นผู้จัดตั้งกองทุน โดยจะเข้าซื้อตราสารหนี้เหล่านี้มีมูลค่า 7 หมื่น ถึง 1 แสนล้านบาท เนื่องจากสภาวะที่ไม่ปกตินี้บริษัทเอกชนไม่สามารถ Rollover ได้

มาตรการที่ 3 ตลาดพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งปกติจะเป็นตัวกำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ตอนนี้สภาพคล่องในระบบการเงินโลกมีความผันผวนมากกว่าสถานการณ์ปกติ ธปท. พร้อมดูแลให้ตลาดพันธบัตรสามารถทำงานได้ตามกลไกตลาดให้มีประสิทธิภาพ โดยที่ผ่านมา ธปท. ได้เข้าไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท

มาตรการอุ้มกองทุนตราสารหนี้ดังกล่าว ซึ่งเป็นมาตรการอุ้มตลาดหุ้นไปพร้อมกันนั้น กับไม่ได้ผล นักลงทุนยังขายทั้งหน่วยลงทุนกองทุนตราสารและหุ้นทิ้งไปพร้อมๆ กัน

มาถึงจุดนี้ต้องยอมรับว่ายาแรงที่ออกมาต่อเนื่องเอาตลาดหุ้นไทยไม่อยู่ จากที่โดนโควิด-19 ไล่ขวิดไม่หยุด และนักลงทุนไม่เชื่อมั่นหมดว่าจะรักษาโรคได้ เลยขายสินทรัพย์ทุกอย่างหนีตายถือเงินสดไว้ก่อนดีกว่า

ปรากฎการณ์วิกฤตเช่น นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่พันธบัตรรัฐบาล ที่แข็งแกร่งที่สุด ลงทุนความเสี่ยงเป็นศูนย์ นักลงทุนยังหนี้ ธปท. ยังต้องเข้าไปรับซื้อกว่าแสนล้านบาท

จะเอาอะไรกับหุ้นกู้เอกชน ที่นักลงทุนจะเมินไม่สนในใจลงทุนต่อในภาวะการณ์ที่ไม่มีใครประเมินสถานการณ์โควิด-19 ได้ ส่งผลกระทบกับกองทุนตราสารหนี้โดนเทขายอย่างหนัก แม้จะมีการตั้งกองทุนขึ้นมาพยุงก็ตาม

สำหรับตลาดหุ้น การตั้งกองทุนพยุงหุ้นแสนล้านต้องล่ม เพราะนายกรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย กลัวโดนโจมตีว่าอุ้มคนรวย ไม่ช่วยคนจน คนรายได้น้อย คนตกงาน ที่เจอพิษโควิด-19 ซึ่งได้รับผลกระทบความยากลำบากไม่น้อยกว่าตลาดหุ้น แต่การช่วยเหลือกลับล่าช้า จำนวนเงินน้อยหลักพันล้านเท่านั้น

สภาพการณ์เช่นนี้ โควิด-19 ที่ยังแผงฤทธิ์ไม่หยุด น่าจะพ่นพิษให้ตลาดหุ้นไทยอยู่ในความเสี่ยงต้องชัตดาวน์ต่อไป