posttoday

"บาทแข็ง" ทุบเศรษฐกิจไทย2563วิกฤต

08 มกราคม 2563

ค่าเงินบาทไทยที่แข็งค่าที่สุดในภูมิภาคตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เป็นปัจจัยเสี่ยงสาหัสของเศรษฐกิจปี 2563

ค่าเงินบาทไทยที่แข็งค่าที่สุดในภูมิภาคตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เป็นปัจจัยเสี่ยงสาหัสของเศรษฐกิจปี 2563

......................................

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การที่ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าทุบสถิติมากสุดกว่า 6 ปี โดยหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ ในวันทำการสุดท้าย 30 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณร้ายของเศรษฐกิจปี 2563

นอกจากสงครามการค้าที่กระทบกับส่งออกของไทยรุนแรงในปี 2562 ที่ผ่านมา ก็มีค่าเงินบาทของไทยอีกปัจจัยหนึ่งซ้ำเติมการส่งออกของไทยปีที่ผ่านมา จากที่เคยฝันกันว่าจะโตได้ 5-8% แต่สุดท้ายคาดว่าตัวเลขจริงจะออกมาติดลบ 2.5-3%

ปี 2562 ที่ผ่านมาค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นประมาณ 7-9% ทุบการส่งออกของไทยติดลบหนัก ทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดโตไม่ถึง 3% มีการคาดกันว่าตัวเลขจริงที่จะออกมาโตได้ประมาณ 2.5% เท่านั้น

ว่ากันไปแล้วตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลทำใจกับเศรษฐกิจปี 2562 และมองข้ามไปถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2563 กันแล้ว เพราะอาการแย่ไปไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา การจะทำให้ขยายตัวถึง 3% เป็นเรื่องที่เป็นไปแถบไม่ได้ อย่างดีทำให้ขยายตัวมากกว่าปีที่ผ่านมาก็เก่งสุดๆ แล้ว

อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้ เมื่อค่าเงินบาทของไทยทำท่าแข็งค่าต่อเนื่องฉุดไม่อยู่ จนผู้ประกอบการขวัญหายกระเจิง คาดกันไปถึงว่าการส่งออกของไทยปีนี้อาจจะขยายตัวติดลบถึง 5% และเศรษฐกิจไทยปีนี้จะมีสถาพเป็นอย่างไร ไม่มีใครอยากคิด

สำหรับรัฐบาลที่พยายามจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้โตกว่าปีที่ผ่านมา เห็นท่าจะเป็นเรื่องเข็นครกขึ้นภูเขาเสียแล้ว เพราะ ณ เวลานี้ ต้องบอกว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้มีความเสี่ยงสูงเหลือเกินที่จะขยายตัวได้น้อยกว่าปีที่ผ่านมา

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ต้องถือว่า สิ่งที่หลายคนกลัวว่าเศรษฐกิจปี 2562 เผาหลอก เศรษฐกิจปี 2563 เผาจริง เห็นท่าจะเป็นจริงอย่างที่กลัว ส่วนรัฐบาลออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ใกล้เมรุสักหน่อย ก็เป็นเรื่องแค่การปลอบขวัญเท่านั้น

หากไปดูคาดการณ์เศรษฐกิจไทยของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุด ให้ปี 2562 โต 2.6% และปี 2563 โต 2.8% ขณะที่สำนักวิจัยธนาคารพาณิชย์บางแห่งประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2562 โตได้ 2.4% และปี 2563 โตได้ 2.5% เห็นว่าเศรษฐกิจปีหน้าโตได้ดีกว่าเศรษฐกิจปีนี่เพียงนิดเดียว ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้คาดว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าเอาไม่อยู่ และเกิดการทำสงครามกันระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้โตได้ต่ำกว่าปีที่แล้ว

ทำไมค่าเงินบาทที่แข็งค่าจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงสาหัสของเศรษฐกิจปี 2563 ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ธปท. และ รัฐบาลโดย กระทรวงการคลัง บริหารเอาค่าเงินบาทไม่อยู่

ตั้งแต่ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อส่งท้ายปีหมูต้อนรับปีหนู ธปท. นั่งไม่ติดเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยวันที่ 31 ธ.ค. 2562 ซึ่งเป็นวันหยุดทำงาน ธปท. ยังออกแถลงชี้แจงค่าเงินบาทที่แข็งค่าผิดปกติว่า

อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยอ้างอิง (THBREF) ของวันที่ 30 ธันวาคม 2562 อยู่ที่ 30.12 บาทต่อดอลลาร์ แต่ในช่วงบ่ายของวันดังกล่าว ค่าเงินบาทผันผวนกว่าปกติโดยแข็งค่าต่ำกว่าระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนปิดตลาด ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน เพราะเป็นผลจากการเร่งทำธุรกรรมก่อนสิ้นปีของผู้ประกอบการบางรายในสภาวะที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ ความต้องการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศไม่สมดุลในช่วงก่อนวันหยุดสิ้นปี นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ เทียบกับสกุลเงินภูมิภาคในช่วงปลายปีด้วย

ธปท. บอกว่า หลังจากผ่านช่วงวันหยุดยาวไปแล้ว สภาพคล่องของตลาดจะกลับสูงขึ้นเป็นปกติ ธุรกรรมจะสมดุลมากขึ้นระหว่างฝั่งซื้อและขายเงินตราต่างประเทศ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจะลดลง ทั้งนี้ ธปท. จะดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดให้สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ขออย่าได้ตกใจกับความผันผวนระยะสั้นของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเวลาก่อนสิ้นปีที่ปริมาณธุรกรรมเบาบาง

อย่างไรก็ตาม เปิดทำการปีใหม่วันแรก 2 ม.ค. 2563 ธปท. ก็ออกมาชี้แจงค่าเงินบาทอีกว่า “ในช่วงเช้าวันนี้ เงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าลงจากที่ได้แข็งค่าเร็วในช่วงก่อนวันหยุดสิ้นปี มาที่ระดับ 30.18 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าอัตราอ้างอิงเฉลี่ยของวันที่ 30 ธันวาคม 2562 โดยสภาพคล่องในตลาดเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่ค่าเงินบาทยังมีความผันผวนสูงในสภาวะที่ตลาดกำลังมีการปรับสมดุลระหว่างแรงซื้อและแรงขายดอลลาร์

ทั้งนี้ ธปท. จะดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด โดยผู้ร่วมตลาดอาจรอดูสถานการณ์การปรับตัวของตลาดสู่ภาวะปกติก่อนเร่งทำธุรกรรม”

ล่าสุด วันที่ 7 ม.ค. 2563 ธปท. ออกมาชี้แจงค่าเงินบาทอีกครั้งว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประมาณการไว้เดิม และกังวลต่อสถานการณ์เงินบาทที่ยังแข็งค่าอยู่เมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าคู่แข่ง โดยระบบการเงินไทยยังคงสะสมความเปราะบางภายใต้เศรษฐกิจที่ชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง กนง. เห็นว่าการดูแลความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินควรใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายควบคู่กับการใช้มาตรการกำกับดูแลสถาบันการเงิน และหากมีความจำเป็นต้องออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าเพิ่มก็จะดำเนินการ

เมื่อเห็นความถี่ของ ธปท. ชี้แจงค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งไม่เคยเห็นบ่อยหนัก และคำชี้แจงก็ระบุชัดเจนไม่มีปิดบังว่า กังวลค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ก็จะทำให้นักลงทุนอุ่นใจกล้าลงทุนใหม่อย่างไร เพราะขนาด ธปท. ยังกังวลค่าเงินบาทแข็งค่าเลย ทั้งที่เป็นผู้กำกับดูแลโดยตรงมีอำนาจเครื่องมือใช้ได้เต็มกำลัง ยังเอาค่าบาทแข็งไม่อยู่

และกับผู้ประกอบการ และประชาชน นักลงทุน ที่เป็นคนวงนอกจะไม่ผวาขวัญหนีดีฝ่อได้อย่างไร เพราะที่กังวลล้วนแล้วเป็นจริงทั้งนั้น โดยเฉพาะค่าเงินบาทแข็งที่ทุบการส่งออกและเศรษฐกิจไทยมาตั้งแต่ปีที่แล้ว มาถึงปีนี้ยังจะแข็งเพิ่มขึ้นหลายฝ่ายประเมินว่าแนวต้าน 30 บาทต่อดอลลาร์เอาไม่อยู่ และอย่างนี้เศรษฐกิจปีนี้จะโตได้กว่าปีที่ผ่านมาอย่างไร อย่างมองไม่เห็นทางจริงๆ

ข่าวล่าสุด

เลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. นี้! กกต.พร้อม - แจ้งเปลี่ยนพิกัด 2 หน่วย กทม.