posttoday

กลยุทธ์รับมือเมื่อทองคำโดนทุบกระจาย

07 มกราคม 2563

นักลงทุนขายทำกำไรทองคำ คลายกังวลขัดแย้งสหรัฐ- อิหร่าน สัญญาณบวกเจรจาการค้า วายแอลจี บูลเลี่ยน ฯ แนะหากหลุด 1,553 ดอลลาร์/ออนซ์ ให้ชะลอซื้อ หรือ ตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยง

นักลงทุนขายทำกำไรทองคำ คลายกังวลขัดแย้งสหรัฐ- อิหร่าน สัญญาณบวกเจรจาการค้า วายแอลจี บูลเลี่ยน ฯ แนะหากหลุด 1,553 ดอลลาร์/ออนซ์ ให้ชะลอซื้อ หรือ ตัดขาดทุนเพื่อคุมความเสี่ยง

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ระบุสถานการณ์ราคาทองคำว่า มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเพิ่มขึ้น หากราคายืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,553 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ยังมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบราคาโซน 1,569-1,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเน้นการเข้าซื้อหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส คาดว่าราคาทองคำไทยบ้านเราน่าจะปรับลงมาแถว 22,300 – 22,400 บาท/บาททองคำ

ทั้งนี้ ราคาทองคำวานนี้ (6 ม.ค.) ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.16 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกลางผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเกือบ 7 ปีบริเวณ 1,588.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน อย่างไรก็ดีนักลงทุนเริ่มซึมซับสถานการณ์ดังกล่าว

ขณะที่บางส่วนมองว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินนานนัก ประกอบกับเกิดสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนวันที่ 15 ม.ค.นี้ สถานการณ์ดังกล่าวจึงส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงซึ่งหนุนให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดในแดนบวก จึงก่อให้เกิดแรงขายทำกำไรทองคำซึ่งอยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

นอกจากนี้ทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐ ที่ปรับตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 52.8 ในเดือนธ.ค.62 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน ทำให้ราคาทองคำลดช่วงบวกที่ทำไว้ในระหว่างวัน ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำ 8.8 แสนตัน สำหรับวันนี้ (7 ม.ค.) ติดตามการเปิดเผยดุลการค้า, ดัชนี PMI ภาคบริการจาก ISM และยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ มองปัจจัยทางเทคนิค ให้จับตาแนวรับบริเวณ 1,553 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้หลายชั่วโมง มีแนวโน้มที่ราคาจะขึ้นทดสอบ โซน 1,569-1,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่สามารถปรับขึ้นได้จนผ่านโซนแนวต้านดังกล่าวจะเกิดแรงขายออกมาอีกครั้ง ทั้งนี้ หากราคาหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1,553 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และจะทำให้มุมมองเชิงบวกในระยะสั้นลดลง

กลยุทธ์การลงทุน

เสี่ยงเปิดสถานะซื้อ หากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,553 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อ หรือ ตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยง ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแบ่งปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่าน 1,569-1,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวล่าสุด

ศึกชิงนายกฯ คนที่ 33! Nation เปิดเวทีดีเบต “จุดเปลี่ยนประเทศไทย”