พี่หมื่นควงออเจ้า ลุยตลาดอยุธยากระตุ้น “ชิมช้อปใช้”

วันที่ 22 ธ.ค. 2562 เวลา 15:31 น.
พี่หมื่นควงออเจ้า ลุยตลาดอยุธยากระตุ้น “ชิมช้อปใช้”
ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ แต่งชุดไทยลุยตลาดอยุธยากระตุ้น “ชิมช้อปใช้” และท่องเที่ยว ลุ้นรางวัลใหญ่อีกเพียบ

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวว่า เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับโครงการ “ชิมช้อปใช้” ที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการและมีการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ล่าสุดยอดพุ่งทะลุ 25,000 ล้านบาทแล้ว โดยเป็นการใช้จ่ายผ่านช่อง G-Wallet 2 กว่า 14,000 ล้านบาท สูงกว่ายอดการใช้จ่ายผ่าน G-Wallet 1 ที่ 11,000 ล้านบาท เป็นการแสดงให้เห็นว่าเม็ดเงินได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริงโดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก

ทั้งนี้ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ให้กระทรวงการคลังพร้อมพันธมิตร ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย กรมบัญชีกลาง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลงพื้นที่สัญจร โครงการ “ชิมช้อปใช้” ณ ตลาดหลวงปู่ทวด เพื่อรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนจับจ่ายใช้สอยผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ช่อง G-Wallet 2 ให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งเชิญชวนร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยสมัครเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นแล้ว ร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยก็มีสิทธิ์ลุ้นรับของสมนาคุณด้วยเช่นกัน

ตลาดหลวงปู่ทวดถือว่ามีอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่เด่นชัด เป็นตัวอย่างการพัฒนาตลาดประชารัฐต้องชม ต่อยอดสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ตั้งอยู่ที่พุทธอุทยานมหาราช หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ วัดวชิรธรรมาราม อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้สามารถเชื่อมโยงรายได้จากการท่องเที่ยว สร้างยอดขายปีละหลายร้อยล้านบาท มีร้านค้ารวม 133 ร้านค้า ซึ่งสมัครเข้าร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้” แล้ว จำนวน 100 ร้านค้า มีจุดแข็งในด้านการคัดเลือกสินค้าคุณภาพดี ราคาเหมาะสม มีการแบ่งโซนร้านค้าออกจากบริเวณวัด ที่สำคัญยังส่งเสริมการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม รณรงค์ลดการใช้พลาสติกและโฟม

สำหรับผลการจับรางวัลของสมนาคุณครั้งที่ 1 ของผู้ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ช่อง G-Wallet 2 ที่มียอดการใช้จ่ายระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 15 ธันวาคม 2562 ประชาชนมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลถึง 8 ล้าน 6 แสนสิทธิ์ แสดงว่าประชาชนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ "ชิมช้อปใช้" จับจ่ายใช้สอยด้วยเงินของตนเองที่เติมเข้าไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลการจับรางวัลของสมนาคุณปรากฏว่ารถกระบะ Toyota Hilux Revo 2 ประตู เป็นของผู้โชคดีจากจังหวัดน่าน ส่วนรางวัลรถมอเตอร์ไซด์ Honda New PCX 150 4 รางวัล ภาคใต้กวาดไป 3 คัน และกรุงเทพมหานคร 1 คัน

ผู้ที่พลาดรับรางวัลของสมนาคุณในครั้งแรกอย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะยังมีการจับรางวัลของสมนาคุณอีก 5 ครั้ง ซึ่งตนคาดว่าช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีการจับจ่ายใข้สอยผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตังมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งการจับรางวัลของสมนาคุณครั้งสุดท้าย ทุกคนจะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่สุด รถยนต์ Toyota Altis มูลค่า 829,000 บาท ดังนั้นตนจึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกมาท่องเที่ยวภายในประเทศและจับจ่ายใช้สอยผ่าน G-wallet 2 ให้มาก อันจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศได้เป็นอย่างดี

“ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังมาถึงนี้ อยากเชิญชวนพี่น้องชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และแต่งกายด้วยชุดไทย เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์อันงดงามของชาติ และใช้จ่ายเงินผ่านกระเป๋า 2 โครงการ ชิมช้อปใช้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” นายชาญกฤช กล่าว

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2562 – 1 มกราคม 2563 รวม 5 วัน จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางภายในประเทศมากกว่า 3.16 ล้านคนต่อครั้ง มีการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า 1.18 หมื่นล้านบาท เพราะในช่วงเทศกาลปีใหม่ซึ่งเป็นวันหยุดยาวติดต่อกัน พี่น้องประชาชนไม่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อเยี่ยมเยียนญาติสนิทมิตรสหาย ก็จะเดินทางไปท่องเที่ยวตามจังหวัดต่างๆ กับครอบครัวเพื่อพักผ่อนหย่อนคลายหลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี

ส่วนการเดินทางท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่จะมาประเทศไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 6.9 แสนคน และสร้างรายได้ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของตลาดจีนและอินเดีย รวมถึงการเปิดเที่ยวบินใหม่เพิ่มเติม จำนวน 380 เที่ยวบิน

โดยคาดการณ์ว่าปี 2562 ประเทศไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งหมด 3.06 ล้านล้านบาท เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย 39.77 ล้านคน เติบโต 4% สร้างรายได้ 1.96 ล้านล้านบาท เติบโต 4% เช่นเดียวกัน ส่วนตลาดในประเทศมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางทั้งหมด 167 ล้านคนต่อครั้ง เติบโต 1% และสร้างรายได้ 1.10 ล้านล้านบาท เติบโตประมาณ 3%