สลากเปิดชิมลางเล่นหวยออนไลน์ปีหน้า

วันที่ 20 ธ.ค. 2562 เวลา 20:00 น.
สลากเปิดชิมลางเล่นหวยออนไลน์ปีหน้า
สลากฯไม่ถอยหวยออนไลน์ เตรียมให้ทดลองเล่นบนเว็บไซต์ต้นปี 2563 รอสรุปเกมเดียวหรือหลายเกม ให้สังคมเตรียมตัวเเล่นหวยออนไลน์

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า คณะกรรมการศึกษาการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มีนายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากฯ เป็นประธาน จะพิจารณาแนวทางเปิดให้ประชาชน ทดลองซื้อ เล่นเกมสลากออนไลน์รูปแบบใหม่ผ่านเว็บไซต์ ภายในไตรมาส 1 ปี 2563 หลังจากเดิมที่คาดว่าจะเปิดให้ทดลองเล่นได้เดือน ม.ค.2563 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย แต่ไม่สามารถสรุปได้ทัน เพราะคณะกรรมการขอเวลาอีก 1-2 เดือน เพื่อสรุปว่าควรดำเนินการหรือไม่ และถ้าจะทำ ควรทำรูปแบบเกมใด

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1/2563 คณะศึกษารูปแบบเกม จะส่งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการสลากชุดใหญ่พิจารณา ว่า ควรเปิดให้ทดลองเล่นเกมใหม่บนเว็บไซต์หรือไม่ ถ้าทำจะให้ทดลองเล่นเกมใดบ้าง ซึ่งเดิม สลากต้องการให้เล่นทุกรูปแบบ ทั้งเลข 6 ตัว , เลข 4 ตัว , เลขท้าย 3 ตัว , 2 ตัว รวมถึง ผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สลาก 12 นักษัตร แต่ข้อสรุปล่าสุด เห็นว่าควรเป็นรูปแบบเกมเดียว เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน ก็ขึ้นอยู่กับคณะศึกษาว่า จะเลือกรูปแบบเกมใด

นายพชร กล่าวว่า หากคณะกรรมการเห็นชอบ ก็จะเปิดให้ทดลองเล่นเกมสลากออนไลน์บนเว็บไซต์ ดูว่า ข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบกับสังคม และผู้ที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง ก่อนตัดสินใจว่าจะมีการเดินหน้าขายจริงสลากออนไลน์ต่อไปหรือไม่ รวมทั้งได้สั่งการให้คณะศึกษา ไปพิจารณา รูปแบบเกมการเล่น การจ่ายเงินรางวัล การจูงใจ เงื่อนไขสลากต่างๆ ว่าจำเป็นต้องมีหรือไม่ ถ้ามีควรจะเป็นในลักษณะใด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบ หรือ ให้ภาคสังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน

สำหรับการขายสลากแบบออนไลน์ ไม่มีปัญหาในการจ่ายรางวัล ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่กำหนดสัดส่วน 60% นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินไม่น้อยกว่า 23% และค่าใช้จ่ายในการบริหารและจัดจำหน่าย ไม่เกิน 17% ของรายได้จากยอดขาย แต่ก็ได้เน้นย้ำกับคณะทำงานไปว่า ไม่ว่าจะเป็นการขายสลากแบบใบ หรือแบบออนไลน์ กลุ่มผู้พิการ องค์กร มูลนิธิเพื่อสังคมต่างๆ จะต้องมีส่วนร่วม เพราะจากการไปสอบถาม กลุ่มผู้พิการ ไม่ได้ต้องการให้จัดสรรเงินรางวัล แต่ต้องการมีส่วนร่วมในการขายสลาก

นอกจากนี้ การขายแบบออนไลน์ และทดลองให้เล่นบนเว็บไซต์ยังมีข้อดี คือ แก้ปัญหามอมเมา สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่สามารถซื้อสลากได้ เช่น อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ควบคุมการขายเกินราคา หรือแม้แต่กำหนดให้ผู้ซื้อจะต้องอยู่ในข้อมูลผู้เสียภาษีให้ถูกต้อง เพื่อวัตถุประสงค์ ให้สามารถนำเงินจากการขายสลากในบางงวด ไปใช้อุดหนุน ช่วยเหลือ ได้เช่น กลุ่มลูกจ้างที่อยู่ในฐานข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม เป็นต้น ในลักษณะเดียวกันกับต่างประเทศที่ดำเนินการอยู่

นายพชร กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาจำหน่ายสลากเกินราคา โดยปัจจุบันนี้มีเพดานการพิมพ์สลากที่ 100 ล้านฉบับ เป็นระบบจอง-ซื้อ 67% และ ระบบโควตาเดิม สำหรับผู้พิการ มูลนิธิ 33% ซึ่งยอมรับว่า หากยังมีการขายสลากแบบใบ ก็ยังแก้ไขปัญหาเกินราคาได้ยากลำบาก แม้จะมีมาตรการพิมพ์สลากแบบคละเลข 2-2-1 รวมถึงลดจำนวนวันขายสลากแล้วก็ตาม เพราะสลากใบสามารถส่งต่อได้ ผู้ซื้อยินดีซื้อสลากแพง ผู้ขายยังสามารถขายรวมชุดเกินราคาได้ โดยในปี 2563 สำนักงานสลาก จะเข้มงวดในเรื่องการติดตาม ตรวจสอบ ตัวแทนขายสลากมากขึ้น ให้ขายในราคา เช่น การตรวจสอบผ่านระบบ บาร์โค๊ด เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต