ฮิวแมนิก้า เป็นใคร "บีทีเอส"กล้าทุ่ม 655 ล้านบาท เพื่อถือหุ้นใหญ่

วันที่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 13:15 น.
ฮิวแมนิก้า เป็นใคร "บีทีเอส"กล้าทุ่ม 655 ล้านบาท เพื่อถือหุ้นใหญ่
ไฟสปอร์ตไลท์ส่องไปที่บริษัท ฮิวแมนิก้า อีกครั้ง หลังบริษัทจดทะเบียนยักษ์ใหญ่อย่างบีทีเอส กรุ๊ป ทำบิ๊กล็อตซื้อหุ้น 655 ล้านบาท ในยักษ์เล็กที่ชื่อ HUMAN และน่าจับตาอย่างยิ่งเมื่อองค์กรต่าง ๆ หันมาเอ๊าท์ซอสงานทรัพยากรบุคคล และด้านบริหารจัดการ บัญชีและการเงิน

เรื่องโดย พูลศรี เจริญ

...................................................................................................

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) รายงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ว่าได้เข้าลงทุนในบริษัท ฮิวแมนิก้า (HUMAN) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 โดยซื้อหุ้นจำนวน 85.06 ล้านหุ้น คิดเป็น 12.50 % ที่ราคา 7.70 บาท มูลค่า 655 ล้านบาท เป็นการซื้อบิ๊กล็อต จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.)บัวหลวง และ Decker&Co

ฮิวแมนนิก้า เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (8 ธ.ค.60) ในหมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้ว 340 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์)หุ้นละ 0.50 บาท ล่าสุด (11 ธ.ค.62) มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป 5,406 ล้านบาท

บริษัท ประกอบธุรกิจเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่ายและให้บริการติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรองค์กร รวมทั้งให้บริการจัดทำเงินเดือนและจัดทำบัญชี โดยมีนายสุนทร เด่นธรรม เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งในสัดส่วน 38.28 % และเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะกองทุนภายใต้การบริหารของบลจ.บัวหลวง ถือมากที่สุด เช่น กองทุนเปิด บัวหลวงหุ้นระยะยาว เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 3 ที่สัดส่วน 3.96 %

ผลการดำเนินงานของฮิวแมนนิก้า เติบโตก้าวกระโดดตลอด 3 ปีตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 

ปี 2560 รายได้รวม 482.37 ล้านบาท กำไรสุทธิ 95.08 ล้านบาท

ปี 2561 รายได้รวม 523.23 ล้านบาท กำไรสุทธิ 121.91 ล้านบาท

ปี 2562 (งวด 9 เดือน) รายได้รวม 441.29 ล้านบาท กำไรสุทธิ 106.35 ล้านบาท

สุนทร เด่นธรรม กล่าวก่อนหน้านี้ว่า สำหรับธุรกิจบริหารงานทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรองค์กร บริษัทได้มีการเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศต่างๆ เพื่อขยายตลาดบริการด้านทรัพยากรบุคคล (HR Solutions)ในแถบประเทศ เวียดนาม จีน และเมียนมา คาดว่าจะเห็นความชัดเจนปลายปี 2562 นี้ รวมถึงเจรจาเข้าซื้อหุ้นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก คือ ซอฟต์แวร์ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร เพื่อขยายการให้บริการเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนปลายปีนี้เช่นกัน โดยปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าในมือมากกว่า 700,000 ราย

การดึงบีทีเอส เข้ามาถือหุ้นครั้งนี้ เป็นไปตามกลยุทธ์ ที่สุนทร กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า บริษัทจะเดินหน้าเพิ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีบุคลากรภายในองค์กรจำนวนมาก ที่สนใจมาใช้บริการด้านทรัพยากรบุคคล และด้านบริหารจัดการบัญชีและการเงิน (Financial Solution)