หมดยุคบาทแข็ง แบงก์ชาติส่งสัญญาณบาทอ่อนค่า

วันที่ 04 ธ.ค. 2562 เวลา 16:55 น.
หมดยุคบาทแข็ง แบงก์ชาติส่งสัญญาณบาทอ่อนค่า
ธปท. แจงค่าเงินบาทอ่อนค่าโดยที่ไม่ต้องแทรกแซง เนื่องจากนักลงทุนเห็นว่าค่าเงินบาทแข็งค่าเกินความเป็นจริงแล้ว

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ไม่สบายใจที่ค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมา ซึ่ง ธปท. ได้พยายามชะลอการแข็งค่าของค่าเงิน ทั้ง ติดตามการนำเงินเข้ามาเก็งกำไร การเข้มงวดกับบัญชีเงินฝากสกุลเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่อาศัยนอกประเทศ (นอนเรสซิเด้นบาท) ต้องสามารถยันตัวตนชัดเจนว่าเป็นการฝากเงินเพื่อการลงทุน ถ้า ธปท. เห็นความผิดปกติดำเนินการสอบถามไปยังธนาคารที่เกี่ยวข้องเพื่อขอดูข้อมูลที่ละเอียดทันที

นอกจากนี้ ในช่วงที่มีเงินไหลเข้ามากๆ ธปท. ก็เข้าไปแทรกแซงตลาดในบางช่วง เพื่อไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป และเมื่อเร็วๆ นี้ ธปท. ได้มีการผ่อนปรนการนำเงินเข้ามาของผู้ส่งออกและเปิดให้คนไทยที่เป็นบุคคลธรรมดาลงทุนในต่างประเทศได้ รวมถึงการหักลบกลบหนี้กับภาระที่มีในต่างประเทศ ซึ่งมาตรการนี้เพิ่งดำเนินการก็อาจจะยังไม่เห็นผลในขณะนี้

นายเมธี กล่าวว่า ในช่วงหลังค่าเงินบาทค่อนข้างนิ่ง และมีทิศทางอ่อนค่า ซึ่งไม่ได้มาจาก ธปท. เข้าไปแทรกแซง แต่เป็นการคาดการณ์ของตลาดเองที่มองว่าเงินบาทจะไม่แข็งค่าไปมากกว่านี้

นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ (yield curve) ของไทยยังต่ำกว่าสหรัฐฯ และเกือบจะต่ำที่สุดในเอเชีย รวมถึงอาเซียนด้วย ทำให้แรงดึงดูดที่จะเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินน้อยลง ต่างชาตินำเงินมาลงทุนในหุ้นและพันธบัตรเป็นการไหลออกสุทธิ นอกจากนี้ได้ผ่อนคลายให้ผู้ส่งออกไม่ต้องนำเงินต่างประเทศเข้ามาทั้งหมด ก็จะลดแรงกดดันค่าเงินไปได้อีกทางหนึ่ง

“ค่าเงินบาทแข็งค่าถึงจุดสูงสุดแล้วหรือไม่ อาจจะยังบอกไม่ได้ แต่ค่าเงินมีทิศทางการเคลื่อนไหว 2 ทิศทางมากขึ้น ไม่ใช่ทางเดียวเหมือนในอดีต ดูจากภาพรวมค่าเงินบาทก็แข็งค่าเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานไปค่อนข้างเยอะแล้ว ซึ่งนักลงทุนก็เริ่มคิดได้ว่าถ้าลงทุนในประเทศที่ค่าเงินแข็งไปทำไม ส่วนค่าบาทจะอ่อนลงไปถึง 32-33 บาทนั้นเป็นเรื่องที่พูดได้ยาก แต่เคลื่อนไหวในทางอ่อนค่านั้นโอกาสจะมีมากขึ้นกว่าเดิม” นายเมธี กล่าว