แบงก์กรุงศรีจับตาธปท.ออกมาตรการใหม่คุมบาทแข็งค่า

วันที่ 26 พ.ย. 2562 เวลา 07:12 น.
แบงก์กรุงศรีจับตาธปท.ออกมาตรการใหม่คุมบาทแข็งค่า
กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 30.15-30.35 จับตาทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 30.15-30.35 ต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 30.19 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1.0 พันล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 600 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายยังคงซึมลง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับลดลงเล็กน้อยท่ามกลางกระแสข่าวการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ยังขาดความชัดเจน

อย่างไรก็ตาม รายงานการประชุมวันที่ 29-30 ต.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) บ่งชี้ว่าเฟดไม่รีบที่ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปทางใดทางหนึ่งหลังจากตัดสินใจลดดอกเบี้ยไปแล้วในการประชุม 3 ครั้งหลังสุด

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ตลาดจะยังคงให้ความสนใจกับประเด็นทางการค้าของสหรัฐฯ กับจีนท่ามกลางความตึงเครียดในฮ่องกง นอกจากนี้ นักลงทุนจะจับตาสุนทรพจน์ของประธานเฟด ตัวเลขจีดีพี และการใช้จ่ายส่วนบุคคลของสหรัฐฯ ก่อนที่การซื้อขายในตลาดการเงินจะเบาบางลงช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้าท้ายสัปดาห์

ทั้งนี้ ตลาดจะให้ความสนใจกับยอดค้าปลีกวัน Black Friday ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลจับจ่ายใช้สอยประจำปี เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และนโยบายของเฟดต่อไป

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความเห็นว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับต่ำมากแล้วและเชื่อว่าไทยไม่ต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบเพราะอาจจะนำมาซึ่งปัญหาเชิงโครงสร้าง ขณะที่แม้เงินเฟ้อจะไม่ใช่สิ่งที่กังวลแต่ความเสี่ยงของเสถียรภาพระบบการเงินมีมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนในระยะถัดไป ธปท. ประเมินว่าจะผันผวนมากขึ้น เราตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเห็นของ ธปท. ที่ว่าเงินบาทในปัจจุบันแข็งค่ากว่าโครงสร้างและปัจจัยพื้นฐาน โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอกที่คาดเดาไม่ได้ และ ธปท. จะทบทวนการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินให้ยืดหยุ่นเหมาะสมกับเศรษฐกิจ รวมทั้งจะทบทวนการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศท่าทีดังกล่าวทำให้เราคาดว่า ธปท. ต้องการใช้ทางเลือกนโยบายอื่นที่ไม่ใช่เครื่องมือดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี ข้อมูลเศรษฐกิจที่ยังคงบ่งชี้ถึงแนวโน้มอ่อนแอ เช่น ยอดส่งออกและนำเข้าเดือนต.ค.ของไทยที่หดตัวมากกว่าคาด อาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ดำเนินนโยบายการเงิน นอกจากนี้ ตลาดจะเฝ้าระวังหากมีการปรับกฎระเบียบเกี่ยวกับการดูแลค่าเงินบาทของธปท.รวมถึงทิศทางมาตรการด้านการคลังชุดใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต