ดอกเบี้ยต่ำ สภาพคล่องสูง ดันหุ้นไปต่อ

วันที่ 20 พ.ย. 2562 เวลา 13:17 น.
ดอกเบี้ยต่ำ สภาพคล่องสูง ดันหุ้นไปต่อ
บลจ.ทาลิส ชี้จากความเสี่ยงปัจจัยลบทั้งในแลต่างประเทศ คาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทน 6-8 % ต่อปี

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทาลิส มีมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นไทยระยะยาวหากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ และสภาพคล่องของระบบการเงินยังมีอยู่สูง ก็จะสามารถผลักดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นไปต่อได้ อีกทั้งระยะยาวยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในตลาดตราสารหนี้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจของประเทศและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังคงเติบโตในระดับที่ต่ำ ก็จะส่งผลให้การปรับขึ้น (อัพไซด์) ของตลาดหุ้นค่อนข้างจำกัด ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากปัจจัยลบทั้งภายในแลต่างประเทศ บลจ.ทาลิส คาดว่าแนวโน้มผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยโดยเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 6-8% ต่อปี ซึ่งการที่จะทำให้ผลตอบแทนดี กว่าตลาดได้ บลจ.ทาลิส จึงเน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีและมีการเติบโตที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยตลาด

นายฉัตรพี เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร ประเภทกองทุนส่วนบุคคล (ไพรเวทฟันด์) อยู่ที่ 1.26 หมื่นล้านบาท (ข้อมูล ณ 31 ต.ค. 62) เติบโตเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2561 กว่า 8,000 ล้านบาท จากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งแบ่งเป็นสัดส่วนเงินลงทุนที่มาจากนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ 60% ลูกค้าบุคคลรายใหญ่ 30% และเงินลงทุนที่มาจากลูกค้านิติบุคคล 10%

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนปี 2562 บลจ.ทาลิส ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตภายใน ประเทศเป็นหลัก เช่น กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เป็น ต้น เนื่องจากหุ้นในกลุ่มเหล่านี้ คาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการได้ง่าย และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนหลายปัจจัยในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สงครามการค้า การแข็งค่าของค่าเงินบาท หรือความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์น้อยกว่าหุ้นกลุ่มอื่น

นายฉัตรพีกล่าวเพิ่มเติมว่า จากมุมมองและกลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนส่วนบุคคลในปี 2562 (ณ 31 ต.ค.62) ซึ่งบริหารโดยทีมผู้จัดการกองทุนบ ลจ.ทาลิส เติบโตขึ้นประมาณ 6-9% ชนะดัชนีตลาด ( SET Index)อยูที่ 2.4% และผลตอบแทน SET Index Total Return ที่ 5.4%

กลยุทธ์หลักที่บลจ.ทาลิส ใช้ในการบริหารจัดการมาตลอด คือ การเลือกลงทุนรายหลักทรัพย์ (Stock Selection)เน้นที่การเลือกหุ้นจากปัจจัยพื้นฐาน มองแนว โน้มธุรกิจระยะยาวเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าราคาหุ้นในระยะยาวจะสะท้อนผลประกอบการของตัวบริษัท หรือหากลงทุนในหุ้นที่มีการเติบโตดีในระดับราคาที่เหมาะสม ระยะยาว ราคาหุ้นก็จะปรับตัวขึ้นตามผลประกอบการของบริษัทเช่นกัน และหากเลือกลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลในระดับที่ดีได้ด้วย เงินปันผลก็จะเป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงจากความ ผันผวนของราคาหุ้นได้ในระดับหนึ่ง