ALL ไตรมาส 3 อัตรากำไรสุทธิพุ่งแตะนิวไฮ 20%

วันที่ 14 พ.ย. 2562 เวลา 06:00 น.
ALL ไตรมาส 3 อัตรากำไรสุทธิพุ่งแตะนิวไฮ 20%
ส่งซิกไตรมาส 4 พีคสุดของปี รับอานิสงส์ไฮซีซั่น มาตรการลดค่าโอนและค่าจดจำนองรัฐ ดอกเบี้ยนโยบายลด

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (ALL) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 647 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 172% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิประมาณ 20%

ปัจจัยหลักมากจากการส่งมอบโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์ 2,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์งวดเดียวกันของปีก่อนที่ 1,399 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นมาจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่มีกำหนดการแล้วเสร็จ และเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2562 ของ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ ดิ เอ็กเซล คูคต มูลค่าโครงการ 720 ล้านบาท โครงการ ไรส์ พระราม 9 มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท และ โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท

ณ สิ้นไตรมาส 3/2562 บริษัทฯ มียอดขายรอโอน (แบ็กล็อก) รวมมูลค่ากว่า 11,400 ล้านบาท ทั้งนี้ แบ็กล็อกทั้งหมด แบ่งเป็น จากโครงการทาวน์โฮม จำนวน 300 ล้านบาท โครงการประเภท High Rise จำนวน 3,400 ล้านบาท และโครงการประเภท Low Rise จำนวน 7,700 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 2 - 3 ปีข้างหน้า (2562 - 2565) ทำให้บริษัทฯ มั่นใจผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีจากนี้ (2563 - 2565) จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือน มีรายได้รวม 2,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 342 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 15% สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 2,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ 1,399 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นมาจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่มีกำหนดการแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2562 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 36% และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15%

นายธนากร กล่าวอีกว่า ไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับรัฐบาลได้ออกมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายในการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

และล่าสุดที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 % มาอยู่ที่ 1.25 % ต่อปี ส่งผลให้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยดังกล่าว ในด้านอัตราการผ่อนชำระต่องวดของผู้กู้ที่อยู่อาศัยที่ลดลง และจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภคให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยบวกที่หนุนให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 4 นี้กลับมาคึกคัก

ทั้งนี้ จากแผนการดำเนินงานและกลยุทธ์ที่บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ เป็นเครื่องตอกย้ำให้บริษัทฯ มั่นใจถึงอัตราการเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2562 ว่า รายได้รวมในปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าที่ระดับ 7,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต